วันพฤหัสบดีที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2554

01: ระโชหะระตะนัง ระชังหะนะเรติ


ระโชหะระตะนัง ระชังหะนะเรติ
ชินปัญชะระเรติ พรหมะรังสินัง โลกะวิทู

คาถานี้ เป็นของท่านพระอรหันต์ จูลปันถก ซึ่งพระพุทธเจ้ายกย่องว่าเป็นเลิศ ทางมโนมยิทธิ สมัยพุทธกาล ท่านได้บวชพร้อมกับพี่ชาย แต่ท่านจูลปันถกปัญญาทึบ พี่ชายให้คาถาบทหนึ่ง ท่องอยู่ 4 เดือนก็จําไม่ได้ จึงถูกพระพี่ชายโกรธโมโหขับไล่ออกจากวัด ด้วยความน้อยใจท่านคิดจะสึก จึงไปเฝ้าพระพุทธเจ้าขอสึก พระพุทธองค์ทรงถามถึงสาเหตุ เมื่อรู้แล้วพระองค์ท่านก็เข้าใจว่า เกิดจากอะไร จึงปลอบใจไม่ให้สึก แล้วมอบผ้าขาวบริสุทธิ์พร้อมคาถา ระโชหะระนัง ระชังหะระติ ไปภาวนาและลูบผ้าขาวด้วย ท่านจูลปันถกบริกรรมคาถาพร้อมกับลูบผ้าขาวทุกวัน จนผ้าขาวหม่นหมอง ท่านจึงได้สติเข้าใจในธรรมว่า ผ้าขาวทีแรกก็ขาวดีต่อมาหม่นหมอง เปรียบเหมือนชีวิตคนเราเป็นของไม่เที่ยง ท่านจึงยกจิตพิจารณาวิปัสนาญาณจนบรรลุธรรมปฏิสัมภิทา เป็นพระอรหันต์พระคณาจารย์สมัยก่อนท่านเติมคําว่าโลกะวิทู หมายถึงผู้รู้แจ้ง เพื่อให้เกิดความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งขึ้น จึงเป็น ระโชหะระนัง ระชังหะระติ โลกะวิทู นิยมใช้ภาวนาดูนิมิตต่างๆ เป็นคาถาเปิดจิตให้มองเห็นสิ่งต่างๆที่ต้องการจะเห็น


สิ่งที่น่าจะได้จากพระคาถานี้คือ..
1. สามารถประยุกต์ใช้เพื่อให้เข้าถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือพระที่เราให้ความนับถือได้อย่างรวดเร็ว
2. สามารถประยุกต์ใช้ภาวนาเป็นอารมณ์แทนอย่างอื่นๆด้ สำหรับผู้ทรงอารมณ์ด้วยพระคาถาหรือคำภาวนา เช่น พุท-โธ หรือ นะโมพุทธายะ หรือตามแต่จะนึกขึ้นได้ เป็นการทบทวนไปในตัวถึงเวลาใช้จะนำมาได้ทันที
3. สามารถนำมาบริกรรมร่วมกับประคำเหล็กไหล เพื่อเป็นฐานตั้งต้นระดับขนิกะสมาธิ(สมาธิขั้นต้น)ได้ ก่อนที่จะเข้าสมาธิระดับกลาง-สูง
ส่วนเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ของพระคาถา ลองดูแล้วจะรู้เอง


พอผมได้พระคาถานี้มาเมื่อวาน ขออนุญาตเจ้าขรัวแสงเสร็จ เลิกงาน...ระหว่างทางกลับบ้านก็บริกรรมเพื่อทบทวนไปด้วยแต่จำได้ เพราะคุ้นเคยเหมือนเคยท่องบ่นประจำ (อาจจะเป็นสัญญาเก่า) ระหว่างทางก็เห็นคนๆหนึ่งเรารู้เลยว่าน่าจะเป็นผู้จัดการ bank แห่งหนึ่งที่พึ่งเปิดใหม่ แต่ได้ยินแฟนพูดถึงครั้งสองครั้ง มาวันนี้ผมเห็นคนๆนี้เดินกางร่ม(ฝนตก)สวนรถผมมา ผมรู้เองเลยนี่คงเป็น ผจก. คนนั้นแน่ ไปถึงบ้านก็ถามเลยว่ารูปร่างทรวดทรงแบบนี้มั๊ย สรุปว่าตรงตามนั้น
ตอนเย็นทำวัตรเย็น,สมาธิเสร็จ ก็ราวๆ 3 ทุ่มนิดๆแล้ว รู้สึกเหนื่อยๆก็เข้านอนเลย ไม่ลืมหยิบประคำฯมาบริกรรมด้วยคาถานี้ด้วย (ซ้อม) น่าจะท่องได้สัก 30 เม็ด(องค์)ได้ รู้สึกว่าจะหลับแน่เพราะการนับช้าลงๆ ก็เลยขอหลับ


ตื่นมาอีกทีก็ทำวัตรตามปกติ วันนี้พิเศษตรงที่เป็นวันพฤหัสบดี เหมาะที่จะอัญเชิญพระคาถา และขออนุญาตครูอาจารย์หรือเจ้าของพระคาถา


ทำวัตรเช้าเสร็จก็เริ่มทำพิธีขออนุญาตอัญเชิญพระคาถาโดยมีพระสมเด็จองค์ดำเป็นประธาน จากนั้นก็หาที่เหมาะแก่การนั่งบริกรรมนับประคำ 108 องค์ (เม็ด) ด้วยพระคาถา ระโชหะระตะนัง ระชังหะนะเรติ โลกะวิทู...นับไปได้สัก 70 กว่าเม็ด ความเร็วเริ่มช้าลงๆ จะเข้าภวังค์สมาธิ ต้องมีสติกำกับดูตลอดจนครบ 108 เม็ด


ทีนี้เปลี่ยนมาเป็นนั่งสมาธิ เข้าง่ายละไม่ต้องเริ่มใหม่ (พุท-โธ) เพราะถือเป็นการอุ่นเครื่องแล้ว นั่งได้สัก 10 นาที แสงต่างๆที่เคยเห็น ต่างพุ่งจากด้านหน้าเป็นมุมกว้างเข้ามาหาตัวผม เห็นชัดเหมือนใส่แว่นสายตา (แต่ก่อนเป็นเหมือนกลุ่มเมฆแทรก) เช้านี้มาแบบลูกโดนัทขนาดใหญ่นวลตา ม่วงมั่ง ขาวมั่ง หกสีมั่ง พุ่งจากที่วางพระมาที่ตำแหน่งกลางหน้าฝากและลงมาอีก 1 นิ้ว จากกลางหน้าฝาก รู้สึกเสียวๆเหมือนจะมีอะไรจะพุ่งออกมาตลอด


ทีนี้สงสัยจังว่าจุดกำเนิดของแสงที่ว่ามาจากที่ใด รู้หล่ะว่ามาจากหิ้งพระ แต่ขอ zoom ดูดิ๊...zoom เข้าไปผมเจอพระแก้วทรงเครื่องสีทองแบบพระแก้วมรกต ท่านทรงประทับในถ้ำสีดำมีควันสีขาวในถ้ำ ทีนี้องค์พระเล่าสีอะไร...ท่านมีลักษณะองค์เป็นพระหินสีม่วงเข้มออกไปทางดำ ไม่ใส แต่สะท้อนแสง และไม่ได้เรียบเนียนเหมือนพระแก้วมรกตที่สลักด้วยมือหรือบนหิ้งพระในบ้าน (ตามรูป) แต่ท่านมีรูปทรงเป็นพระแก้ว/หินที่เกิดตามธรรมชาติ ทรงสามเหลี่ยม ฐานน่าจะสัก 15-16 นิ้ว สูงประมาณ 21 นิ้ว พอรู้แล้วก็ถอนออกมา...เข้าสู่ภวังค์ความสงบ ว่าง ไม่พลุ่งพล่านอะไร เรียบนิ่งดิ่งไปเรื่อยๆ จนออกจากสมาธิ ใช้เวลาประมาณทั้งสิ้น 45 นาที

บันทึกเมื่อ 15 ก.ย. 2554

ข้อความจาก ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล

ระโชหะระนัง ระชังหะระติ ชินปัญชะเรติ พรหมะรังสิ โลกะวิทู
คาถา ชุดนี้เก็บตกมาจาก หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิตร - ฝัน มี 5 ประโยค  ใครแก้ได้และถูกต้องจะมีรางวัลให้ (ยกเว้น ดร.นนต์ ขอสงวนรางวัล)

ธรรมสวัสดี
ดร.ณัฐชัย

..........................................................................................................
ข้อความของ ดร.นนต์

ระโชหะระนัง ระชังหะระติ ชินปัญชะเรติ พรหมะรังสิ โลกะวิทู

(ส่วนที่แก้คือเพิ่มที่ตัวสีแดงครับ) 
ระโชหะระตะนัง ระชังหะนะเรติ ชินปัญชะระเรติ พรหมะรังสินัง โลกะวิทู
ตามนี้ถูกต้องหรือไม่ครับ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
.....................................................................................................

ข้อความจาก ดร.ณัฐชัย.....
- คาถาที่ผิดๆท่องไปหากบารมีไม่ถึง  พระเบื้องบนไม่สงเคราะห์  ท่องไปก็ป่วยการ
- ความรู้หรือบทความ  ที่คนส่วนใหญ่ "หลง" คิดไปเอง  "เชื่อตามๆกันมา" มักจะโดนวางยาเอาไว้  หากฝึกถึง  ปฏิบัติถึง  "เมื่อถึงแล้ว จะรู้เอง"  จะเกิดปิติที่ผมเรียกว่า "จิตรู้"  เมื่อถึงเวลานั้นค่อยเป็นพยานหรือรับเอาบทความต่างๆมาอ้างอิงว่าใช่ นะของจริง  แต่เมื่อใดที่ตนเองยังไม่ถึงปิติที่ผมเรียกว่า "จิตรู้"  อันตรายครับที่เที่ยวหลับหูหลับตาเชื่อแล้วนำมาอ้างด้วยการคิดว่าใช่  แต่ที่จริงไม่ใช่
- ขอขอบครับ คุณจิรวัฒน์ ที่บอกรายละเอียดต่างๆมา ด้วยความปราถนาดี

***สรุป ดร.นนต์  ผู้มีเมตตาธรรมสูง  ช่วยแก้ไขให้  พระเบื้องบน...ยืนยันว่าคาถาที่แก้บทนี้ถูกต้อง  สมบูรณ์  ขอโมทนาด้วยครับ  รางวัลที่จะมอบให้จึงไม่มีใครได้...555
+++จากที่ผมพยายามศึกษาภาษาของคาถาต่างๆ  แล้วสอบถามพระเบื้องบน...ทำให้ทราบว่าคาถา...ต่างๆที่มีเขียนไว้ในหนังสือทั่วๆไปที่ลอกกันไปลอกกันมา  คนเขียนหรือคนลอก  มักจะไม่รู้จริง เพราะต้นฉบันที่หนึ่ง  มักจะหวงวิชา  เขียนสลับไว้บ้าง  หรือเขียนขาด  เขียนเกินไว้บ้าง (ส่วนน้อยที่ถูกต้อง)  คนที่ปฏิบัติถึงแล้ว  จะรู้ด้วยตนเอง เช่น "จิตรู้" เป็นต้น  เมื่อนำคาถาต่างๆมาศึกษาทำให้ทราบว่า  คาถาต่างๆเหล่านี้หากแปลเป็นภาษาไทย  ไม่เห็นมีอะไรแปลก  ดังนั้น  หากเชื่อ  คาถาฉบับภาษาไทยของ ดร.ณัฐชัย  ที่พระเบื้องบนเมตตาส่งเคราะห์  สั้นๆ เข้าใจง่ายๆ
      --- นะโม  สบายใจ  ---
- นะโม บทย่อของบทไหว้ครู(พระเบื้องบน)
- สบายใจ คือ ทำอะไรราบรื่น  คล่องตัวทุกประการ  ตามที่จิตมีความต้องการ
     --- เมื่อนำมารวมกัน  เป็นคาถา  ที่ขอพระเบื้องบน...ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไร...เมื่ออธิษฐาน  เป็นการขอให้พระฯท่านสงเคราะห์ให้มีความราบรื่น คล่องตัว ทุกประการดั่งจิตปรารถนาต้องการ

     คนที่จะบ่น ท่องคาถาต่างๆที่ได้ผล  จะมีองค์ประกอบ คือ 
    **ผู้ที่จะใช้คาถาต่างๆได้อย่างน้อย ต้องเป็นระดับพระโสดาบัน
    **คาถาบางบทพระโสดาบันใช้ไม่ได้ผล  แต่ต้องระดับพระอนาคามีถึงจะใช้ได้ผล
    **พระเบื้องบนให้พร แก่ผู้หนึ่งผู้ใดโดยเฉพาะ  ย่อมใช้คาถาต่างๆเหล่านั้นได้

(ส่วนที่แก้)  ระโชหะระตะนัง ระชังหะนะเรติ ชินปัญชะระเรติ พรหมะรังสินัง โลกะวิทู
โดย ดร.นนต์ มีอานิสงส์มากครับ  เอาไว้ฝึกจิต...ใช้ได้ดี สำหรับท่านที่ชอบท่องอะไรยาวๆ  ด้วยการขอพระคุมฯ  ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน นอน ภาวนา  หากจิตไม่ชอบ...ใช้บทสั้นๆที่ถนัดก็เหมือนกัน เช่น พุท-โธ

ธรรมสวัสดี
ดร.ณัฐชัย
สรุปคำที่ถูกต้องในพระคาถาของขรัวตาแสง ดังนี้

ระโชหะระตะนัง ระชังหะนะเรติ ชินปัญชะระเรติ พรหมะรังสินัง โลกะวิทู 

จึงเห็นได้ว่า พระคาถาหรือบทสวดต่างๆ ในปัจจุบัน ที่นำมาตีพิมพ์ซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงมักปรากฏมีที่ผิดอยู่มากบ้าง น้อยบ้าง แต่สรุปได้ว่า ส่วนใหญ่มีที่ผิด ดังนั้น ผลจากการสวดมนต์หรือท่องบ่นพระคาถานั้นๆ จึงไม่ได้ผลเต็มที่ อาจได้ผลครึ่งๆกลางๆ ไม่คล่อง สะดวกอย่างที่คิด มิหนำซ้ำ บางคำบางท่อน อาจมีที่ผิดและเปลี่ยนความหมายในเชิงลบ ก็ยิ่งทำให้ผู้สวดนั้น สวดอ้อนวอนขอสิ่งอัปมงคลเข้าตัวอยู่ทุกวัน ..... แล้วใครหนอจะเป็นผู้แก้ไขให้ถูกต้อง....พระมหาเปรียญเก้าประโยคจะช่วยได้หรือไม่ ปราชญ์ผู้ฉลาดจะแก้ไขได้หรือไม่ และที่สำคัญ ยังไม่มีใครทราบด้วยซ้ำว่า มีข้อความหรือคำใดผิดบ้าง แล้วจะไปแก้ให้ถูกได้อย่างไรหนอ..... ทำได้อย่างเดียวก็สวดไปตามๆกัน ได้ 50-90% บ้างก็ยังดีกว่าไม่สวดมนต์ภาวนา.....ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล ได้ตรวจสอบจากการขอบารมีพระเบื้องบน จึงทราบว่ามีที่ผิดที่ใดบ้าง ผู้เขียนเองก็ได้ตรวจสอบพระคาถาชินบัญชร พระคาถายอดฮิต ก็ยังมีที่ผิดมากมายหลายแห่ง.....
จึงเป็นหน้าที่หนึ่งที่ผมจะต้องช่วยแก้ไขคำให้ถูกต้องต่อไป
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
21 กันยายน 2554 19.29 น.