วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

25: จากความฝันสู่...พระธาตุหลวงปู่ม่นเสด็จ


เช้าวันนี้ผมมีความฝันที่เป็นจริงมาเล่าสู่เพื่อนธรรมทุกท่าน (อีกแล้ว)

เมื่อคืนผมฝันว่า...ได้พบคุณพ่อผมที่ท่านได้เสียมานานแล้ว แต่จำความไม่ได้นะว่ามีเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ที่จำได้คือ....(ฝันต่อ)

ผมฝันว่า...ได้เดินทางเข้าป่ากับพ่อแม่ครูอาจารย์ คุณแม่ชม และผม แล้วพบโยมผู้หญิงท่านหนึ่ง นิมนต์พ่อแม่ครูอาจารย์ให้มาขึ้นบ้านใหม่ของเธอ (ในกลางป่า) แต่ผมดูสภาพบ้านแล้วนี่เก่ามาก สภาพเหมือนกุฏิน้อยที่ผมไปปฏิบัติธรรม แต่ใหญ่กว่านิดนึง สีออกทึบๆ เรียงกันเป็นแนวหลายหลัง

พวกเราทั้งสามรวมเจ้าของบ้าน ซึ่งนั่งข้างผม ไม่พูดไม่จา และผมไม่เห็นหน้าด้วยนะ ได้มาล้อมวงกันกินข้าวหน้าบ้าน มีจำพวกผัก น้ำพริกหรืออาหารป่า...ขณะนั้นผมเตรียมจะนำกล่องข้าวเหนียวขนาดเล็กถวายพระอาจารย์ แต่คุณแม่ชมได้หยิบทานก่อนเสียแล้ว แม่ชมเลยชี้ให้ถวายกระติบข้าวขนาดใหญ่ ซึ่งตอนนั้นเปิดฝาไว้ มีข้าวเหนียวอยู่ไม่มากนัก

ผมปิดฝาแล้วยกถวายท่าน พอท่านเปิดกระติบข้าว ท่านก็หยิบจานใส่ลาบหมูออกมา เต็มจานเลยครับ ผมตกใจร้องทักท่านว่า พระอาจารย์เอาลาบมาจากไหนครับ...ระคนดีใจ และสงสัยว่าทำไมต้องทานข้าวร่วมวงกะท่านด้วยหว่า...อีกอย่างตอนถวายในกล่องข้าวมีแต่ข้าวเหนียว ซึ่งความรู้สึกตอนแรกผมเฉยๆนึกว่าลาบเนื้อ เพราะผมไม่กินเนื้อวัว แต่พอมาทวนความฝันแล้วลาบนี่มันมีมันหมูด้วยนี่ 5555 จากนั้นนาฬิกามาปลุกให้ทำวัตรเช้าเสียนี่ เหอๆๆๆ

พอทำวัตรเช้าเสร็จยังไม่นั่งสมาธิ...สงสัยในฝัน เอ หรือว่าพ่ออยากให้เราเอาล็อกเกตที่ทำไว้ตั้งแต่ท่านมีชีวิต (ราวๆสิบปี)+เขี้ยวของท่าน มาห้อยคอวาระไปภูดานไหหนอ...ผมก็เลยหาตลับเงินที่ซื้อไว้นานไม่เคยใช้ มาใส่ซึ่งช่างพอดิบพอดีกันจังเลย แล้วผสมใส่นู่นนี่ตามจริตเดิม


ทีนี้นึกถึงสีผึ้ง หลวงปู่ม่น(ท่านทำให้เฉพาะศิษย์ใกล้ชิด) วัดเนินตามาก ชลบุรี ที่ศิษย์ (พนง.ใน office) ก้นกุฏิท่านตอนบวชเป็นเณรอุปัจฐากได้มา เลยแบ่งให้ผมนานหลายเดือน ผมก็ใส่ฝาเครื่องเบญจรงค์ไว้ที่ office ปิดกล่องไว้จนลืม

เช้านี้ที่ทำงานผมเลยแกะตลับล็อกเกตออกมาเพื่อเอาสีผึ้งป้ายด้านหลังรูปพ่อกะแม่ พอป้ายเท่านั้นแหละครับ ผมเห็นเม็ดกรวด ทรายหลากสีอยู่ใด้สีผึ้งครับ ตกใจสงสัยจะเป็นพระธาตุหลวงปู่ม่นเสด็จมาโปรดครับท่านทั้งหลาย

หลวงปู่ม่น...เท่าที่ผมถามน้องที่ให้สีผึ้งมาเรื่องจริยาวัตรของท่านงดงามเหมือนพ่อแม่ครูอาจารย์ของเรา คือปฏิบัติธุดงควัตร 13 ประการเช่นกัน ไม่รับเงินทองเช่นกัน ไม่มีงานรื่นเริงในวัด กลางคืนคนใกล้ชิดจะรู้สึกเหมือนมีเทพ มีเทวดามาสนทนาธรรมกะท่านเนืองๆ...เป็นต้นครับ

หลวงปู่ม่น วัดเนินตามาก ชลบุรี

พระครูสุจิณธรรมวิมล หรือ หลวงปู่ม่น ธัมมจิณโณ อดีตพระเกจิอาจารย์ชื่อ ดังวัดเนินตามาก ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี นามเดิม นายม่น นามสกุล วิญญาณ เกิดเมื่อวันเสาร์ ขึ้น 7 ค่ำ เดือน 5 ปีจอ ตรงกับวันที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2453 โยมบิดาชื่อ มา โยมมารดาชื่อ แดง มีพี่น้องรวมกัน 3 คน คือ 1.นางเทียม เอมเปีย 2.หลวงปู่ม่น 3.นางย้อย โบราณ

ในวัยเยาว์ โยมบิดามารดา นำไปฝากเรียนกับพระที่วัดใกล้บ้าน ศึกษาอักขระสมัย เนื่องจากท่านเป็นผู้มีจิตใจอ่อน โยน โอบอ้อมอารี สนใจใฝ่เรียน มีความพยายามและอดทนเป็นเยี่ยม ทำให้พระอาจารย์ได้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้อย่างเต็มกำลัง จนมีความรู้ความเชี่ยวชาญในด้านต่างๆ เช่น ด้านอักษร การแพทย์แผนโบราณ และการช่าง
เนื่องจากท่านเป็นบุตรชายคนเดียว จึงถือเป็นหลักของครอบครัว ขยันขันแข็ง ประกอบสัมมาอาชีพช่วยเหลือโยมบิดามารดาทำให้ครอบครัวมีฐานะมั่นคงในเวลาต่อมา มีที่นาทำกินเป็นของตนเองจำนวนพอสมควรจนกระทั่งอายุได้ 29 ปี ท่านจึงได้ขอบรรพชาอุปสมบท ในวันเสาร์ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 5 ตรงกับวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2481 ณ พัทธสีมาวัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี

มี พระครูสังวรศีลาจารย์ วัดหลวงพรหมาวาส ต.วัดหลวง อ.พนัสนิคม เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูพิพัฒน์ธรรมคุณ วัดโบสถ์ ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และ พระครูอาจารสุนทร วัดโคกเพลาะ ต.โคกเพลาะ อ.พนัส นิคม เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับฉายาทางธรรมว่า "ธัมมจิณโณ" เมื่อได้อุปสมบทแล้ว ได้พำนักที่วัดโคกเพลาะระยะหนึ่ง จึงได้ย้ายไปจำพรรษา ที่วัดเนินตามาก เริ่มศึกษาเล่าเรียนคันธุระและวิปัสสนาธุระอย่างจริงจัง เคร่งครัด ประกอบคุณงามความดีตามความเหมาะสมของเพศสมณะ ท่านเป็นพระที่เคร่งครัดในธรรมวินัยตั้งแต่เริ่มอุปสมบท ศึกษาปริยัติธรรม เข้าสอบนักธรรมชั้นตรี ชั้นโท ตามลำดับ มีความสามารถในการจำและสวดพระปาฏิโมกข์ได้ จนมาทำการค้นคว้าด้วยตนเอง ฝึกการปฏิบัติจิตและกัมมัฏฐาน

เพื่อหลุดพ้นอย่างจริงจังเมื่ออุปสมบทได้ 5 พรรษา จึงได้ออกธุดงค์เพื่อหาประสบการณ์ไปตามสถานที่ต่างๆ เช่น พระพุทธบาท สระบุรี วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นต้น

ท่านเล่าว่า ไปศึกษาวิชาธรรมกายกับ หลวงพ่อสด วัดปาก น้ำ (สมัยที่หลวงพ่อสดยังมีชีวิตอยู่) แต่เมื่อปฏิบัติได้ 7 วัน ท่านบอกว่าไม่ถูกกับจริต เลยขอลาไปที่อื่นต่อมาภายหลังท่านได้ฝากตนเป็นศิษย์ พระสมุห์บุญยิ่ง วิริโย ที่วัดเขาบางพระ อ.ศรีราชา รับคำแนะนำสั่งสอนในการปฏิบัติอันเป็นไปด้วยธาตุและจริตเป็นหนึ่งเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาด้านเวชกรรมจากพระสมุห์บุญยิ่งเพิ่มเติมจนมีความเชี่ยวชาญ ต่อมา พระสมุห์บุญยิ่ง ได้ชักชวนหลวงปู่ม่น ออกธุดงค์หาสถานที่ปฏิบัติวิเวก เป็นสัปปายะ จนได้พบถ้ำจักรพงศ์ บนเกาะสีชัง ทั้งอาจารย์และศิษย์จึงได้พำนักอยู่ ณ ที่นี้ จนหลวงปู่ม่นเกิดความก้าวหน้าทางจิตเป็นอย่างมาก

ปี 2490 พระอธิการกี่ เจ้าอาวาสวัดเนินตามาก ได้ลาสิกขา ทางคณะสงฆ์ และอุบาสก อุบาสิกาได้มาอาราธนานิมนต์หลวงปู่ม่น กลับไปเป็นเจ้าอาวาสปกครองวัด สั่งสอนภิกษุ สามเณร และ อุบาสก อุบาสิกาสืบต่อไป เมื่อหลวงปู่ม่นเป็นเจ้าอาวาส ได้ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี ทำนุบำรุงวัดเนินตามากให้เจริญรุ่งเรือง สร้างถาวรวัตถุ เช่น อุโบสถ ศาลาการเปรียญ กุฏิ วิหาร ฯลฯ

นอกจากนี้ ยังช่วยพัฒนาท้องถิ่น ทำถนน ไฟฟ้า สร้างโรงเรียน ตั้งกองทุนมูลนิธิต่างๆ ให้การศึกษาแก่พระภิกษุ สามเณร สอนนักธรรม พระนวกะ ส่งเข้าสอบนักธรรมสนามหลวงทุกปี หลวงปู่ม่นเป็นที่เคารพศรัทธาของบรรดาศิษย์ เสียสละ สร้างคุณงามความดี ให้แก่พระพุทธศาสนาและท้องถิ่น เป็นที่ยอมรับของสาธุชนทั่วไป ลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดหลวงปู่ม่นมากที่สุด คือ พลเอกเชษฐา ฐานะจาโร ส่วนเหรียญที่มีประสบการณ์มากที่สุด คือ "รุ่นเจริญพร" ซึ่งเป็นรุ่นที่นายทหารชั้นผู้ใหญ่บูชาติดตัวมากที่สุด

ปี 2529 คณะสงฆ์ได้พิจารณาขอพระครูชั้นโทที่ พระครูสุจิณธรรมวิมล ปี 2523 หลวงปู่ม่นได้อาพาธด้วยโรคอัมพฤกษ์ เข้า รับการรักษาที่โรงพยาบาลพนัสนิคม เกือบหายเป็นปกติ จึงกลับมาพักฟื้นที่วัด จนกระทั่งปี 2537 ท่านอาพาธหนักอีกครั้ง เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลสมิติเวช กรุงเทพฯ เป็นเวลาถึง 8 เดือน จึงสามารถกลับมาอยู่วัด

หลังจากนั้น ท่านก็อาพาธเป็นๆ หายๆ เข้าออกโรงพยาบาลสมิติเวช กระทั่งมรณภาพด้วยอาการสงบ ณ โรงพยาบาลสมิติเวช เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 8 ต.ค.2541 เวลา 18.00 น. สิริอายุได้ 88 ปี 5 เดือน 24 วัน พรรษา 60



เรื่องเล่าของน้องที่เคยเป็นศิษย์ท่าน

หลวงปู่ม่น ท่านเป็นพระเกจิดัง อีกท่านหนึ่งของชลบุรี สมัยก่อนตอนท่านยังอยู่ดังมากเรื่องแก้คุณไสย ไล่ผี ถ้าไปรักษาที่ไหนไม่หาย มาหาท่านแล้วหายทุกราย ขนาดหลวงพ่อเอียตอนท่านอายุมากแล้ว มีคนมาให้ท่านไล่ผีที่สิงในร่างคน ท่านยังแนะนำให้ไปหาหลวงปู่ม่นเลย หลวงปู่ม่นท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูงมาก ขนาดชาวบ้านมาตามจับหมาที่ไปกัดเป็ดชาวบ้านและหนีมาอยู่ข้างกุฏิท่าน จะเอาไปยิงทิ้ง พอมาขออนุญาตท่านเพื่อไปจับหมา พร้อมกับเล่าเรื่องให้ท่านฟัง ท่านบอกว่า เดี๋ยว... แล้วท่านก็เอาข้าวให้หมากิน พอชาวบ้านเอาหมาออกไปพ้นเขตวัด แล้วเอาปืนมายิงหมา ปรากฏว่ายิงยังไง ก็ยิงไม่ออก กระสุนด้านทุกนัด เลยต้องกลับมาขอขมาท่าน แล้วก็เลยเลิก ไม่ยิงหมาแล้ว ให้อภัยมัน... สำหรับวัตถุมงคลที่ท่านอธิษฐานจิต มีประสบการณ์ทุกรุ่น ไม่เว้นแม้แต่ภาพถ่ายของท่าน เคยมีคนเอาภาพถ่ายของท่านไปผูกคอไก่ แล้วลองยิงห่างแค่ 2 ฟุต ยังยิงไม่โดนเลย ยิงยังไงก็ไม่โดนครับ มีอยู่รายหนึ่งโดยควายขวิดจนกระเด็น แต่ก็ไม่เป็นไร หรือบางคนโดนหมากัดก็ไม่เข้าบางคนขณะออกไปทำไร่ ทำนา ก็ไปเหยียบ งูเห่าเข้า แทนที่จะฉก กลับกลายเป็นเลื่อยหนีหายไปเองอย่างน่าอัศจรรย์