วันจันทร์ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2557

พระสุพรรณเจดีย์




พระสุพรรณเจดีย์ เจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุหรือพระธาตุ งดงามวิจิตรบรรจงลงรักปิดทองด้วยฝีมือช่างสิบหมู่ มีความสูง 24 นิ้ว ฐานกลม กว้าง 12 นิ้ว 
อัญเชิญน้อมถวายองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช เพื่อน้อมอัญเชิญอัฐิธาตุองค์หลวงปู่จาม มหาปุญโญ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม ตำบลห้วยทราย อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร มาประดิษฐานยังพุทธสถานภูดานไห หมู่ที่ 13 ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในระหว่างวันที่ 23-24 มีนาคม 2557

ขอเรียนเชิญ คณะศิษยานุศิษย์และญาติธรรมทั้งหลาย ร่วมมหาบุญกุศลนี้โดยพร้อมเพรียงกัน
ขอนอบน้อมกราบ กราบ กราบ
สาธุ สาธุ สาธุ
………………………………………………
ประวัติโดยย่อ
หลวงปู่จาม มหาปุญโญ เกิดในปลายรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ช่วงก่อนที่จะทรงเสด็จสวรรคต ( ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ ) ในสกุล ผิวขำ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 พ.ค. 2453 ตรงกับวันขึ้น 10 ค่ำ เดือน 6 ปีจอ ที่บ้านห้วยทราย อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร บิดา-มารดา ชื่อ นายกา และนางมะแง้ ผิวขำ ครอบครัวมีพี่น้องร่วมอุทรรวม 9 คน ท่านเป็นบุตรคนที่ 3 เมื่อวัยเยาว์ อายุได้ 6 ขวบ พ่อแม่พาไปกราบหลวงปู่เสาร์ กันตสีโล และหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต บูรพาจารย์สายพระป่า ซึ่งได้มาจำพรรษาอยู่ใกล้บ้านที่ภูผากูด คำชะอี

กระทั่งอายุได้ 16 ปี โยมพ่อแม่ได้พาไปถวายตัวกับหลวงปู่มั่น ที่ จ.อุบลราชธานี ให้นุ่งขาวห่มขาวเป็นเวลา 9 เดือน ปีถัดมา เข้าพิธีบรรพชา อยู่รับใช้ หลวงปู่มั่น ที่บ้านหนองขอน อ.บุ่ง จ.อุบลราชธานี ได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดครูบาอาจารย์หลายท่าน อาทิ หลวงปู่กงมา จิรปุญโญ, หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ, หลวงพ่อลี ธัมมธโร, หลวงปู่สิงห์ ขันตยาคโม เป็นต้น

แต่ผ่านไปได้เพียง 2 ปี จำต้องลาสิกขาออกมา เพื่อรักษาโรคเหน็บชา อันเนื่องมาแต่ตกบันไดกุฏิ และการประกอบความเพียรมากเกินไป เช่น นั่งภาวนาในน้ำ ถือไม่นอน และฉันน้อย เป็นต้น ทำให้ต้องหันกลับไปใช้ชีวิตเป็นฆราวาส ประกอบอาชีพทำไร่ ทำนา ค้าขาย เมื่ออายุได้ 27 ปี พ่อกา (โยมพ่อ) ได้บวชเป็นพระภิกษุ (ใช้ชีวิตอีก 6 ปี ก็มรณภาพ) ส่วนแม่มะแง้ (โยมแม่) ได้บวชชี (ใช้ชีวิตอีก 36 ปี จนถึงแก่กรรม) ก่อนที่จะไปกราบไหว้พระธาตุพนม จ.นครพนม เพื่ออธิษฐานขอบวชในพระพุทธศาสนา

เมื่ออายุได้ 29 เต็มปีบริบูรณ์ จึงได้อุปสมบท เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2482 ที่วัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี โดยมี พระเทพกวี (จูม พันธุโล) เป็นพระอุปัชฌาย์

หลังอุปสมบท ท่านออกธุดงค์ไปทางภาคเหนือ ได้จำพรรษาสังกัดวัดเจดีย์หลวง ถึง 32 พรรษา โดยอยู่ปฏิบัติธรรมกับหลวง ปู่แหวน สุจิณโณ วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่ อีกทั้ง ยังเคยออกธุดงค์หาประสบการณ์ในเขตภาคอีสาน เคยปฏิบัติธรรมร่วมกับเกจิอาจารย์หลายรูป อาทิ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม วัดป่าสัมมานุสรณ์ จ.เลย, หลวงปู่ขาว อนาลโย วัดถ้ำกลองเพล จ.หนองบัวลำภู, หลวงพ่อลี ธัมมธโร วัดอโศการาม จ.สมุทร ปราการ, หลวงปู่ตื้อ อจลธัมโม วัดป่าบ้านข่า จ.นครพนม เป็นต้น

พ.ศ.2521 เดินธุดงค์กลับมาทางภาคอีสานและเดินธุดงค์มายังบ้านเกิด คือ บ้านห้วยทราย อ.คำชะอี และจำพรรษาอยู่ที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม ชาวบ้านและคณะศิษยานุศิษย์ นิมนต์ให้ท่านจำพรรษาปักกลดที่วัดป่าวิเวกวัฒนาราม และพัฒนาให้เป็นที่พำนักนั่งวิปัสสนากรรมฐานเผยแผ่พระธรรมปรมัตถ์แผ่เมตตาให้แก่ชาวบ้านในละแวกนั้นตลอดจนปัจจุบัน
ผลงานที่เป็นคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม
         หลวงปู่จาม  มหาปุญโญ   ท่านเป็นพระที่อารมณ์ดี   มีเมตตาสูง   ปฏิบัติตามกฎระเบียบ  วินัยพระ อย่างเคร่งครัด    แม้ว่าสุขภาพไม่ดี ท่านก็ยังออกบิณฑบาต ทุกเช้า ไม่เบื่อหน่ายในความเพียร   จึงทำให้มีศิษยานุศิษย์ ทั่วประเทศ พุทธศาสนิกชน   หลั่งไหลมาฟังพระเทศนา  ของหลวงปู่จามอยู่มิได้ขาด   วันหนึ่ง ๆ   มีญาติโยมมาเป็นจำนวนมากแต่หลวงปู่จาม  ก็ไม่เคยบ่นมีแต่ความพึงพอใจ  ที่ได้เทศนาสั่งสอน  ด้วยใบหน้ายิ้มละไมอยู่เป็นนิจ   ครั้งหนึ่ง  ท่านเคยกล่าวว่า   “  คนเรา เมื่อประพฤติปฏิบัติให้อยู่ในกรอบแห่งศีลธรรม  อยู่ในความไม่ประมาท  หมั่นบำเพ็ญบุญ  สวดมนต์ไหว้พระทุกวัน แล้วก็ไม่ต้องวิ่งไปหาพระที่ไหนชีวิตก็เป็นสุข ”  ซึ่งหลวงปู่ ได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์ชัด แก่พุทธศาสนิกชน ทั่วไปทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ   ดังนี้
 ๑.  เทศนาสั่งสอน ญาติโยมที่มานมัสการหลวงปู่ ทุกวันพระ  และวันสำคัญจะมีประชาชนมาเป็นจำนวน  ๑๐๐ - ๒๐๐  คนขึ้นไป
 ๒.  หลักธรรม คำสั่งสอนของหลวงปู่ ได้มีคนบันทึกเทปไว้เป็นจำนวนมาก
 ๓.  หลวงปู่จาม มีความคิด ริเริ่มสร้างสรรค์ธรรมชาติให้เป็นที่นั่งวิปัสสนา ได้อย่างกลมกลืนร่มรื่น ปราศจากสิ่งรบกวน
 ๔.  สร้างพระเจดีย์ทรงจุฬามณีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
 ๕.  สร้างกุฏิเสาเดียว  จำนวน  ๑๑  หลัง
 ๖.  สร้างศาลาการเปรียญ และหอฉันสำหรับไว้เทศนาญาติโยมในวันสำคัญต่าง ๆ

         คุณความดี  ผลงานของท่านล้วนเป็นสิ่งที่น่ายกย่อง  สรรเสริญ  ที่บุคคลทั่วไปควรยึดไว้เป็นที่พึ่งและเป็นตัวอย่างที่เราควรจะจารึกไว้ให้แก่ประชาชนทั่วไป  ได้เลื่อมใสศรัทธา  ปฏิบัติตามธรรมคำสั่งสอนของท่านจนกว่าชีวิตจะหาไม่
หลวงปู่จาม มรณภาพอย่างสงบด้วยโรคปอดติดเชื้อ สิริอายุ 104 พรรษา 75 ขณะนำตัวส่งโรงพยาบาลมุกดาหาร เมื่อช่วงเช้าวันที่ 19 ม.ค. 2556


ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพระราชทานเพลิงสรีรสังขารหลวงปู่จาม ในวันอาทิตย์ที่ 5 ม.ค. 2557 เวลา 17.00 น. ณ วัดป่าวิเวกวัฒนาราม ต.คำชะอี อ.คำชะอี จ.มุกดาหาร

วันอังคารที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2557

นิมิตฝัน ว่าติดตามองค์ครูบาอาจารย์ธุดงค์เข้าป่าลึก

นิมิตฝัน ว่าติดตามองค์ครูบาอาจารย์ธุดงค์เข้าป่าลึก

สำหรับความฝันนี้ไม่ได้ถูกบันทึกไว้ เนื่องจากว่าค่อนข้างยาวมี 3 ช่วง  ในคืนเดียว จำได้ว่าความฝันนี้เกิดขึ้นประมาณปีที่แล้ว ขอระบุคร่าวๆเป็นช่วงมกราคม 2557 ถูกทบทวนและบันทึกไว้ในวันนี้ 28 มกราคม 2558

ตอนที่ 1 เริ่มเดินธุดงค์ : องค์ครูบาอาจารย์ปัดเป่ากิเลสที่เรากำลังหลงออกไปให้

ความฝันเริ่มต้นที่ทางเดินเป็นดินทรายกลางทุ่งนา ความกว้างประมาณ 2 เมตร ท่ามกลางแสงแดด ขณะนั้นข้าพเจ้ากำลังใช้ ถังไม้ (เมื่อก่อนใช้ตวงข้าว) ตักน้ำขึ้นมาจากบ่อน้ำที่อยู่ข้างๆทางเดิน โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในนั้นด้วย (ข้าพเจ้าน่าจะหลงเพลินอยู่กับหญิงคนดังกล่าว) จากนั้นองค์ครูบาอาจารย์เดินธุดงค์มา โดยองค์ท่านสะพายบริขาร เต็มร่างท่านไปหมด พอเจอข้าพเจ้าองค์่ท่านก็วางของที่สะพายมาลงไว้ที่พื้น ข้าพเจ้านั่งลงว่ากำลังจะตักน้ำไปถวาย องค์ท่านให้ผู้หญิงคนนั้นเดินตามไป ส่วนข้าพเจ้าก็พิจารณาดูว่าจะเชิญบริขารทั้งหมดไปได้อย่างไร ว่าแล้วก็ใช้ไม้ขนาดยาว 1.2 เมตร ดึงที่สายสะพายของบริขารแต่ละชุดชึ้นมาทีละชิ้นๆ เพื่อสะพาย น่าอัศจรรย์ตรงที่ว่าบริขารเบาเหมือนุ่น พอเรียบร้อยแล้วกำลังจะเดินตาม จิตก็ได้ยินองค์ท่านบอกว่า "ให้รีบมา" เรามองเห็นองค์ท่านจากเราประมาณ 100-150 เมตรกลับได้ยินเสียงชัดเจน และผู้หญิงคนนั้นหายไป

จิตบอกว่าเธอเป็นภูติสาว แปลงร่างมาให้ข้าพเจ้าหลงและเสียเวลาอยู่กับเธอจนลืมหน้าที่ถวายการรับใช้องค์ครูบาอาจารย์

ตอนที่ 2 เดินธุดงค์ถึงชายป่า : พบญาติธรรมและถวายน้ำแด่องค์ครูบาอาจารย์

จากนั้นเดินถึงชายป่าแห่งหนึ่ง มีข้าพเจ้ากับคณะญาติธรรมเป็นชายล้วน 4-5 คน กำลังตระเตรียมบริขารขึ้นจักรยาน เป็นจักรยานโบราณยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 คั้นใหญ่มาก ต่างไม่รู้จะใส่ยังไงหมด ข้าพเจ้าก็พูดกับเพื่อนๆเหล่านั้นว่า "ให้ใช้ปัญญาๆ" เลยหาไม้ไผ่มาผ่าเสริมให้กว้างขึ้น จากนั้นเห็นครูบาอาจารย์ที่ท่านนั่งอยู่ในร่ม ได้พูดขึ้นมาว่า "อาตมากระหายน้ำ" (พูดเป็นภาษาไทย) ข้าพเจ้าจึงได้ผ่ามะพร้าวยื่นถวายแด่องค์ท่านก็พอดีกับมีญาติธรรมเอากระบอกน้ำไม้ไผ่ (น่าจะไปตักน้ำในลำธาร) ขึ้นมาถวายพอดี

ในความฝันนี้พิจารณาดูแล้วแต่ละคนยังเก้ๆกัง ยังไม่ค่อยสำรวม มีสัมมาคารวะต่อครูบาอาจารย์ แม้กระทั่งถวายน้ำปกติ (ปัจจุบัน) จะต้องนั่งให้เรียบร้อยค่อยถวาย แต่ในฝันทำเพียงโน้มตัว ยื่นถวายให้ ทั้งๆที่องค์ท่านนั่งอยู่ อีกส่วนหนึ่งก็คือพวกเรายังขาดปัญญาในการแก้ไขสถานการณ์ต่างๆอยู่มาก

ตอนที่ 3 เดินธุดงค์ถึงกลางป่าทึบ : พบญาติธรรมต่างสายพันธุ์

จากนั้นก็เดินทางมาถึงกลางป่าใหญ่ (ในตอนนี้ไม่มีครูบาอาจารย์) พวกเรา ซึ่งในตอนนี้มีญาติธรรมที่เป็นผู้ชายร่วมสิบคน เดินป่ามาล่วงหน้าเพื่อจะหาจุดปักกลดถวายองค์ครูบาอาจารย์ ในป่าแห่งนี้ค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ ก็ได้เดินมาถึงต้นโพธิ์หรือต้นไทรขนาดใหญ่ ร่มรื่นมาก จิตของข้าพเจ้าซึ่งมองดูจากเบื้องบนสูงจากพื้นประมาณ 5-6 เมตร ก็ได้มองเห็นงูตัวหนึ่งเลื้อยเข้ามายังต้นโพธิ์ ลักษณะของงูก็ขนาด ลำแข้ง ท้องจะอ้วนนิดๆ สีเลื่อมๆ หางกุด เลื่อมๆ สวยงาม ค่อยๆเข้ามายังตั้นโพธิ์ จากนั้น ข้าพเจ้าก็ได้ไตร่ถามแต่ละคนว่าจะทำอะไรถวายครูบาอาจารย์บ้าง (จิตถึงจิต) พวกผู้ชายก็ตอบว่าจะปัดกวาด ก่อฟืนไฟ ต้มน้ำ ตักน้ำ ฯลฯ ส่วนงูก็ได้ออกมาว่า จะน้อมถวายการอุปัฏฐากแด่องค์ท่าน พองูออกมาพูดแบบนั้น จิตข้าพเจ้าก็ได้รู้ว่า งูตนนี้เป็นเพศเมีย และมีลูกอยู่ในท้องสองตัว (หรือไข่ก็ไม่ทราบได้)

จบความฝันทั้งสามตอน

144: นิมิตฝัน เกี่ยวกับองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช
155: มงคลนิมิต 2 ประการ
160: นิมิตฝันว่า ได้ฟังธรรมจาก...
165: นิมิตฝัน ถึงองค์พ่อแม่ครูอาจารย์มาสอนธรรม
193: นิมิตฝัน เกี่ยวกับองค์พ่อแม่ครูอาจารย์
275: นิมิตฝันว่า ได้ถวายอุปัฏฐากหลวงปู่ชา สุภทฺโท
นิมิตฝัน ว่าติดตามองค์ครูบาอาจารย์ธุดงค์เข้าป่าลึก
นิมิตฝันว่า ได้พบพญานาคสีน้ำเงินจำศีลอยู่ในถ้ำ
นิมิตฝันว่า ได้พบงูสีขาวเผือก
นิมิตฝันว่า ได้เดินธุดงค์ติดตามองค์ครูบาอาจารย์ไปทางเหนือ
คำเตือน โปรดระวังเรื่องเล่าจากนิมิต
นิมิตฝันว่า ได้ถวายภัตตาหารร่วมกับญาติธรรมจำนวนมาก
นิมิตฝันว่า ได้ครอบครองเจ้าแห่งเหล็กไหล
นิมิตฝันว่า ทำบุญกับพระภิกษุสายหลวงพ่อวัดท่าซุง
นิมิตฝันว่า ได้ติดตามองค์ครูบาอาจารย์บิณฑบาตทางภาคอิสาน
นิมิตฝันว่า ได้เข้ากราบหลวงปู่หา (หลวงปู่ไดโนเสาร์)
นิมิตฝัน วันออกพรรษา
นิมิตฝันว่า ได้ร่วมขุดหาพระพิมพ์กับองค์ครูบาอาจารย์,หลวงปู่...
นิมิตฝันว่า ได้ติดตามองค์ครูบาอาจารย์ธุดงค์จากบาดาลสู่แดนลับแล (บังบด)

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

292: วันที่สี่ขององค์พ่อแม่ครูอาจารย์เดินธุดงค์ธรรมยาตราสู่พระพุทธบาทสี่รอย


291: ถูกใจถูกธรรม...จงทํา ถูกใจไม่ถูกธรรม...อย่าทํา

วาทะธรรมองค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช

"ถูกใจถูกธรรม...จงทํา ถูกใจไม่ถูกธรรม...อย่าทํา"

"คนทั้งหลายจะมั่นคงในธรรม จะเจริญไปข้างหน้าได้ ต้องมีปฏิปทาเป็นเครื่องดําเนินถึงจะไปได้ 
ธรรมจะเกิดต่อผู้นอบน้อม ต่อพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ 
มีปฏิปทาเป็นเครื่องดําเนิน รักษากาย วาจา จิต ของตนเอง
เป็นผู้มีสติบริบูรณ์ ไม่ว่า กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม อยู่ด้วยสติเป็นผู้รักษาเป็นผู้ดูแลใจของเราฯ"

พุทธสถานภูดานไห
๑๔ ก.ย. ๕๖

วันพุธที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2556

290: ขันธะวิมุตติ : หลวงปู่มั่น ภูริทัตตะเถระ


289: รอยธรรม