วันอังคารที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2554

35: วิชาจิตรู้...ความมหัศจรรย์แห่งจิต

อย่าพึ่งเชื่อ โปรดใช้วิจาณญาณในการอ่าน
IT Man/09.08.56

ดร.นนต์:เมื่อวานนี้, 08:08 AM#5364
หลายๆคน ถึงแล้ว และรู้เองแล้ว เพียงแต่ระดับของภูมิธรรมต่างกันไป ปรมัตถบารมีที่เต็มแล้ว ย่อมได้รับความสงเคราะห์จากพระเบื้องบนให้เรารู้ตื่น รู้ตัว รู้ปฏิบัติ รู้เบิกบาน รู้จิต รู้ธรรม รู้สิ่งเหนือโลก รู้มรรค รู้ผล รู้อารียะ .....และ รู้ทางพระนิพพานที่กำลังรอพวกเราอยู่ทุกขณะจิต..... 

เมื่อทุกท่านได้ตั้งจิตอธิษฐานต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับหมื่นนับแสนพระองค์แล้ว ก็จงตระหนักต่อภาระหน้าที่ของตัวเองให้มั่นคือ การทำตัวให้หลุดพ้นจากวัฏฏะสงสารเสียก่อน เมื่อพ้นแล้วก็จงย้อนกลับมาช่วยผู้ที่อยู่ตามหลัง ลูกของพระพุทธเจ้าย่อมไม่เบื่อหน่ายต่อการสร้างบุญกุศลและบารมี เต็มแล้วเต็มอีก ดูดั่งพระพุทธเจ้าแม้พระองค์จะพ้นสภาพจากความสมมุติไปแล้ว แต่พระพุทธองค์ทั้งหลายก็ยังมีพระเมตตาเสด็จลงมาโปรดโลกมิเคยเบื่อหน่าย มาแล้วมาอีก ตราบใดที่ลูกๆของพระพุทธองค์ยังไม่พ้นไปจากสภาวะของโลก สภาวะของสิ่งสมมุติทั้งหลาย เมื่อได้ตระหนักแล้ว ก็ขอให้ทุกท่านจงเจริญรอยตามพระพุทธองค์เถิด ความสงบร่มเย็นแห่งอมตะนิพพานก็จะบังเกิดขึ้น

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
10 ตุลาคม 2554
dr.natdhnond@gmail.com

.......................................................................................................
วิชา "จิตรู้" ความมหัศจรรย์แห่งจิต
ดร.นนต์
10 ตุลาคม 2554

สภาวะของจิตรู้ คือสภาวะของการรับรู้เรื่องราวของสิ่งที่อยู่เหนือโลก คือสภาวะที่อยู่เหนือกว่าการรับรู้เรื่องราวของบุคคลผู้เป็นปุถุชนหรือสามัญชนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่เรามักพบเห็นผู้ที่มีความสามารถพิเศษนี้เฉพาะในกลุ่มพระอริยเจ้า ผู้ปฏิบัติธรรม ผู้มีองค์ญาณบารมี ร่างทรง เป็นต้น 

แต่สภาวะของการรับรู้ทางจิตอีกวิธีหนึ่งที่ ดร.ณัฐชัย เลิศรัตนพล เรียกว่า วิชาจิตรู้ ซึ่งเป็นสภาวะของบุคคลที่ได้บำเพ็ญบารมีอยู่ในขั้นปรมัตถบารมีมาแล้ว และเป็นสภาวะเฉพาะของ "ปรมัตถบารมีบุคคล" ที่พึงได้รับพรหรือการสงเคราะห์จากองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเท่านั้น สภาวะของบุคคลเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อได้บำเพ็ญเพียรบารมีในภพนี้มาได้ระยะหนึ่ง เมื่อครบวงรอบที่จะเข้าสู่ความเป็นอริยบุคคลคือ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป ก็จะได้รับพระเมตตาจากพระเบื้องบนให้ได้เรียนรู้วิชาจิตรู้นี้ เมื่อมีสภาวะของจิตรู้เกิดขึ้น ความเชื่อความศรัทธาต่อพระผู้มีพระภาคเจ้า ต่อพระธรรม ต่อพระอริยสงฆ์ ย่อมเกิดขึ้นจากหัวจิตหัวใจ ไม่ลังเลสงสัยอีกต่อไป 

หลังจากนั้น จึงนำไปสู่พิธีการอธิษฐานจิตขอรวมบุญกุศลทุกๆกอง ที่เราได้บำเพ็ญเพียรมาตั้งแต่ต้นธาตุ อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาติ มาเป็นหนึ่งเดียวเพื่อเป็นการต่อยอดบุญบารมี เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติให้หลุดพ้นในภพสุดท้ายนี้ และขอให้พระเบื้องบนที่ได้เสด็จมาจำนวนมาก ได้โปรดอนุโมทนาในจิตอธิษฐานในครั้งนี้

ต่อมาคือ การยกหนี้สินใดๆไม่ว่าจะเป็นวัตถุทรัพย์สินเงินทองหรือหนี้ชีวิตแก่ลูกหนี้ในอดีตชาติทั้งหมดนับตั้งแต่วินาทีนี้ แล้วขอพระเบื้องบนได้โปรดอนุโมทนาบุญในครั้งนี้ด้วยเทอญ
ขั้นตอนต่อมาคือ การอธิษฐานจิตขอลาพุทธภูมิ(แม้จะรู้ว่าเคยปรารถนาไว้หรือไม่ก็ตาม) ลงมาเหลือแค่ขอปรารถนาเป็นสาวกภูมิเท่านั้น ต่อมาจึงขอถอนจิตสัจจะสัญญาใดๆ ที่เป็นฝ่ายมิจฉาทิฏฐิ(อกุศล)ทั้งหมดตั้งแต่อดีตชาติจนถึงปัจจุบัน แม้จะได้ตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจก็ตาม และจะขอยังไว้เฉพาะสัจจะสัญญาใดๆที่เป็นฝ่ายสัมมาทิฏฐิ(กุศล)เท่านั้น หรือจะยังคงไว้เฉพาะพระนิพพานอย่างเดียวก็ได้ และข้าพระพุทธเจ้าจะขอชำระหนี้การผิดสัจจะสัญญานี้ด้วยการขอถวายสังฆทานจำนวนแปดกอง (อย่างน้อยกองละ 100 บาท) เมื่อขอถอนจิตสัจจะสัญญาใดๆแล้ว ก็ขอให้พระเบื้องบนที่เสด็จลงมาจำนวนมาก ได้โปรดอนุทนาบุญในการอธิษฐานจิตครั้งนี้ด้วย จึงจักเกิดผลทันที

ในวาระต่อมา เป็นการขอรวมบุญกุศลใดๆที่เราได้กระทำแล้วทุกภพทุกชาติ มาเพื่ออุทิศถวายแด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกๆพระองค์ พระปัจเจกพุทธเจ้า พระโพธิสัตว์เจ้า พระอรหันต์เจ้า และครูอาจารย์สืบต่อมาทุกๆพระองค์ เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา หลังจากนั้นจึงอุทิศถวายแด่พรหมเทวดาทั้งหลาย บิดามารดาทุกภพทุกชาติ ญาติพี่น้องทุกภพทุกชาติ ญาติธรรมทุกภพทุกชาติ ครูอาจารย์ทุกภพทุกชาติ เพื่อขอตัดภพตัดชาติเพื่อเข้าสู่พระนิพพานในภพนี้ นับตั้งแต่วินาทีนี้ และยังขออุทิศบุญให้แก่เจ้ากรรมนายเวร และ..............จนกว่าจะหมด แล้วโน้มจิตถึงพระเบื้องบนที่เสด็จลงมา ได้โปรดอนุทนาบุญของข้าพระพุทธเจ้าในครั้งนี้ด้วยเทอญ

เมื่อกระบวนการข้างต้นเสร็จสิ้น เป็นเสมือนการปลดล็อคสภาวะจิตที่เราผูกมัดหรือผูกพันมาหลายภพหลายชาติ ญาณบารมีดั้งเดิมที่เต็มแล้ว เมื่อถูกปลดล็อคก็ย่อมหลั่งไหลออกมาทันที ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับบุญบารมีดั้งเดิมและบุญบารมีใหม่ที่ได้สั่งสมมาในภพชาตินี้ เมื่อครบวงรอบของสภาวะธรรมขั้นใดแล้ว ย่อมส่งผลให้บุคคลนั้นบรรลุธรรมในชั้นนั้นทันที นี่แหละคือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในยุคต้นหลังกึ่งกลางพุทธกาลตั้งแต่ ปี 2500 เป็นต้นมา จึงเรียกว่า "ยุคศรีอารียะ" นั่นเอง 

ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า บุคคลที่ได้รับรู้วิชา "จิตรู้" แล้ว จะส่งผลต่อการปฏิบัติธรรมเพื่อเลื่อนระดับความเป็นอริยบุคคล จึงเป็นไปแบบก้าวกระโดด (เป็นแบบเหลือเชื่อสำหรับบุคคลทั่วไป) การบรรลุธรรมอาจเป็นไปแบบนาที แบบชั่วโมง แบบวัน ไม่เนิ่นนานอย่างที่เราเข้าใจ แต่จะเกิดขึ้นได้เฉพาะบุคคลขั้นปรมัตถบารมีเท่านั้น ผู้ที่รู้ตื่น รู้ตัว รู้ปฏิบัติ ย่อมรู้ทาง(ลัด)ในการตัดเข้าพระนิพพานในขบวนรถไฟใกล้ขบวนสุดท้ายได้ ขอให้ท่านลองพิจารณาดูตัวเองเถิดว่า เป็นผู้ที่รู้ตื่น รูตัวแล้วหรือยัง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์

.......................................................................................................
วิชชา "จิตรู้" เป็นการถ่ายทอดเฉพาะบุคคล มิสามารถถ่ายทอดออกสู่สาธารณชนได้ ทุกสิ่งจะบังเกิดขึ้นด้วยกาลอันควร บุคคลอันควร สถานที่อันควร และวาระเงื่อนไขอันควร ที่พระเบื้องบนท่านจะประทานความเมตตาลงมา มิใช่ใครๆก็ทำได้ และผู้ที่กระทำได้ก็มิใช่ผู้วิเศษ แต่เป็นบุคคลธรรมดาที่พ้นสภาวะของความธรรมดา คือ เป็นผู้ปฏิบัติธรรมที่ปรารถนาเพื่อเจริญรอยตามเบื้องบาทของพระพุทธองค์ เป็นผู้ที่ปรารถนาพระนิพพาน เป็นผู้ที่ปรารถนาเพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนา และเป็นผู้ที่มีจิตอันเป็นกุศลล้วนๆ หากผู้ใดจะปรารถนาเฉพาะความร่ำรวยหรือแสดงออกถึงกิเลสฝ่ายอกุศลแล้วไซร้ ก็มิอาจเข้าถึงวิชชาจิตรู้นี้ได้ ดังนั้น วิชชาจิตรู้นี้ จึงเป็นวิชชาอันเป็นมงคลของผู้ที่เป็นมงคลเท่านั้น และผู้ที่จะสามารถเข้าถึงวิชชานี้ได้ ก็ต้องปฏิบัติภาวนาสมาธิจนเกิดญาณทัศนะได้ในระดับหนึ่งมาแล้ว หากผู้ใดปรารถนาจะเข้าถึงวิชชานี้ ก็จงตั้งจิต ตั้งใจ ตั้งปณิธานต่อองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วน้อมนำเอาคำสอนไปประพฤติปฏิบัติ เมื่อถึงเวลาของท่าน ฟ้าก็ปิดไม่อยู่ 

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
11 ตุลาคม 2554

.......................................................................................................
2555 เป็นปีแห่งวิกฤตและโอกาส 

ปี 2555 ภัยทางน้ำจะมีมากกว่าปีนี้คือ หนักมากๆๆๆ.... ขณะเดียวกัน ผู้มีปัญญา ผู้มีบุญบารมี จะได้ใช้โอกาสวิกฤตนี้ช่วยสงเคราะห์ผู้ที่ได้รับความทุกข์ยาก.... 

ผู้ที่ทำได้ กำลังเร่งเข้าสู่ความหลุดพ้น..... ยุคศรีอารียะ.....Sriariya กำลังจะเข้ามา..... ยุคทองของผู้บรรลุธรรม ยุคของอริยบุคคลกำลังปรากฏขึ้น.... การบรรลุธรรมของปรมัตถบุคคลเป็นไปอย่างก้าวกระโดด..... ความเหนือโลกเป็นไปแบบก้าวกระโดด...... พระเบื้องบน(พระพุทธเจ้า)เสด็จลงมาโปรดและอนุโมทนากับผู้ที่จะสำเร็จอริยบุคคล บางวาระนับเป็นแสนๆพระองค์.....

วิชชา "จิตรู้" ได้บังเกิดขึ้นกับอริยบุคคลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน และเป็นแบบก้าวกระโดด ด้วยพลานุภาพแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างหาที่สุดและประมาณมิได้ "พุทโธอัปปมาโน" จึงรับรู้ในเหล่าพุทธวงศ์ผู้เป็นลูกๆของพระพุทธองค์..... ท่านทั้งหลาย จงน้อมนำเอาคำสอนของพระพุทธองค์มาประพฤติปฏิบัติกันเถิด "ความไม่ประมาท" ที่พระพุทธองค์ตรัสสอนพวกเราไว้นั้น ยังจริงแท้แน่นอน และยิ่งเหมาะกับวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นและกำลังจะบังเกิดขึ้นในอนาคต.....
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
11 ตุลาคม 2554

.......................................................................................................

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

34: นัดพบ นรธ. ที่ กทม.


ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ IT Man
มากมายขนาดนี้ก็ควรแก่การยินดีปรีดาและโมทนาสาธุยิ่งครับ
หากท่านอยู่ กท. หรือเวลาสะดวก,
เรียนเชิญพบท่าน ดร.นนต์ ดร.ณัฐชัย ผมและนักรบธรรมท่านอื่นๆ ร่วมปฏิบัติธรรม เสวนาธรรม การปฏิบัติเพื่อสัมผัส,สื่อสารอิทธิคุณฯ (สัญจร) ที่จะเกิดขึ้น ณ วัดแห่งหนึ่งใน กทม. ระหว่างวันที่ 8-9 ต.ค. ที่จะถึงนี้ร่วมกันครับ
ปล: อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียว ที่เราจะศึกษา,เผยแพร่เรื่องนี้ร่วมกัน เมื่อกาลเวลาผ่านไปผนวกกับการปฏิบัติธรรมรุดหน้าบางทีเรื่องราวเหล่านี้อาจเป็นเพียงความทรงจำก็เป็นได้ ตามกฏไตรลักษณ์ครับผม
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ Natachai
รายละเอียดผมได้กำหนดไว้คร่าวๆ ดูจากในลิงก์ที่บล๊อก...พระกริ่งปวเรศ พระเครื่อง สมเด็จโต พ.ศ.2382 - พ.ศ.2434: ข่าวฯ 
ส่วนสถานที่มีความพร้อมทุกประการ เวลาและสถานที่...หากท่านใดจะมาร่วมให้ติดต่อท่าน IT MAN
ธรรมสวัสดี
ดร.ณัฐชัย
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ srithong999
เรียนคุณ IT Man ดร.ณัฐชัย ดร.นนต์ นักรบธรรม
ยินดีเข้าร่วมด้วยครับ กรุณาแจ้งกำหนดการและสถานที่ด้วยครับ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ IT Man
กำหนดการคร่าวๆที่คุยกะท่านนนต์และผมเสริมดังนี้ครับ
วันเสาร์ที่ 8 ต.ค. '54
เวลา 10:00-10:30 : พบกันที่หน้าพระอุโบสถพระแก้วมรกต
เวลา 10:45-11:20 : พบกันที่ข้างพระเจดีย์วัดระฆัง
เวลา 12:00-13:00 : หาอะไรทานแถววัดระฆัง
เวลา 13:01 : ออกเดินทางไปยังวัดเป้าหมาย (อยู่ฝั่งธนบุรี)
นอนที่วัด 1 คืน...และคร่าวๆจาก blog ดร.ณัฐชัย
- สนทนาธรรม
- พิธีรวมอธิฐานบุญ
- พิธีรวมอธิษฐานเปิดญานบารมี
- แนะนำสอนขั้นตอนเรียนรู้วิธีการใช้วิชา "จิตรู้"
- ฯลฯ
สิ่งที่ต้องเตรียม:
ชุดปฏิบัติธรรมสีขาว 1 ชุด และอื่นๆที่พอจะนึกได้เวลาไปวัด
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ somlatri
วันที่ 8-9 ต.ค. ขอไปด้วยคนนะครับ
อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ IT Man
เรียนเชิญตามข้อมูลแนบข้างบนได้เลยครับ...
แม้น้ำจะท่วมและลำบากในการเดินทางระหว่างสายเหนือขึ้นล่องกรุงเทพฯ ผมก็ยินดีลุยเดี่ยวเข้าไปตามกำหนดเดิม แต่เกรงการเดินทางจักล่าช้าจึงขอเลื่อนเป็นดังนี้
วันเสาร์ที่ 8 ต.ค. '54
เวลาประมาณ 12:00 พบกันที่ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
เวลาประมาณ 13:01 ออกเดินทางไปยังวัดเป้าหมาย (อยู่ฝั่งธนบุรี)
นอนที่วัด 1 คืน...
- สนทนาธรรม ปฏิบัติธรรมร่วม
- แนะนำสอนขั้นตอนเรียนรู้วิธีการใช้วิชา "จิตรู้"
- ฯลฯ
สิ่งที่ต้องเตรียม: ชุดสุภาพ
วันอาทิตย์ที่ 9 ต.ค. '54
- 10:00 : พิธีรวมอธิษฐานเปิดฌานบารมี,รวมอธิฐานบุญทุกๆภพชาติ
.......................................................................................................
ลำดับเหตุการณ์

วันเสาร์ที่ และวันอาทิตย์ที่ ตุลาคม พ.ศ.2554โดยกลุ่มสายธรรม ของเหล่านักรบธรรม(นรธ.)มีผู้ที่ได้นัดและจะเข้าร่วมในครั้งนี้ 21 + 1 (22) คนนเนื่องจากมีเหตุอุทกภัย(น้ำท่วม)จึงมีผู้มาร่วมในงานครั้งนี้จำนวน 16 ท่าน
วันเสาร์ที่ ต.ค. 2554 
เวลาประมาณ 10.00 
1. 
ไหว้พระ...ทำบุญที่วัดพระแก้ว กทม..
2. 
วัดระฆัง
สนทนาธรรมที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
วาระที่ 
***พระ....(เบื้องบนมา) 999 องค์
***
พระ....(เบื้องบนมา)มากกว่า 7,300 องค์
***
ฯลฯ
เวลาประมาณ 14.30 น.
***พระเบื้องบนมา...สงเคราะห์ญาติธรรม
พิธีรวมอธิฐานบุญของญาติธรรม
พิธีรวมอธิษฐานเปิดฌานบารมี
พิธีอธิษฐานจิตยกหนี้ให้กับลูกหนี้ในอดีตชาติสืบๆต่อกันมาถึงปัจจุบัน
พระเบื้องบน...โมทนา...ให้กับเหล่านักรบธรรมที่ได้ร่วมในพิธีฯ

วาระที่ 
เวลาประมาณ 21.00 น.
***พระ....(เบื้องบนมา) มากกว่า 1,030 องค์
***
พระ....(เบื้องบนมา) มากกว่า 10,000 องค์
***
ฯลฯ
***
พระเบื้องบนมา...สงเคราะห์ญาติธรรม
พิธีรวมอธิฐานบุญของญาติธรรม
พิธีรวมอธิษฐานเปิดฌานบารมี
พิธีอธิษฐานจิตยกหนี้ให้กับลูกหนี้ในอดีตชาติสืบๆต่อกันมาถึงปัจจุบัน
แนะนำสอนขั้นตอนเรียนรู้วิธีการใช้วิชา "จิตรู้" และอื่นๆ
พระเบื้องบน...โมทนา...ให้กับเหล่านักรบธรรมที่ได้ร่วมในพิธีฯ
วันอาทิตย์ที่ ต.ค. 2554 
วาระที่ 
เวลาประมาณ 8:00 น.
***พระเบื้องบนมา...สงเคราะห์ญาติธรรม
***
ฯลฯ
พิธีรวมอธิฐานบุญของญาติธรรม
พิธีรวมอธิษฐานเปิดฌานบารมี
สนทนาธรรม
วาระที่ 
เวลาประมาณ 10:00 น.
***พระ....(เบื้องบนมา) มากกว่า 100,000 องค์
***
พระ....(เบื้องบนมา) มากกว่า 500,000 องค์
***
ฯลฯ
พิธีรวมอธิฐานบุญของญาติธรรม
พิธีรวมอธิษฐานเปิดฌานบารมี
พิธีอธิษฐานจิตยกหนี้ให้กับลูกหนี้ในอดีตชาติสืบๆต่อกันมาถึงปัจจุบัน
แนะนำสอนขั้นตอนเรียนรู้วิธีการใช้วิชา "จิตรู้" และอื่นๆ
พระเบื้องบน...โมทนา...ให้กับเหล่านักรบธรรมที่ได้ร่วมในพิธีฯ
วาระที่ 5
เวลาประมาณ 13:30 น.
***พระ....(เบื้องบนมา) ... องค์
***
พระ....(เบื้องบนมา) ... องค์
***
ฯลฯ
พิธีรวมสร้างบุญบารมี...(บริเวณเจดีย์ทอง)
พระเบื้องบน...โมทนา...และแผ่ฉัพรังษีลงมาจากเบื้องบน...คุมพื้นที่บริเวณเจดีย์ทอง...และเหล่านักรบธรรมที่ได้ร่วมในพิธีทำบุญ
วาระที่ 6
เวลาประมาณ 14:10 น.
***เหล่าเทวดา-นางฟ้า ... องค์
มาร่วมโมทนาบุญกับเหล่านักรบธรรม
ผู้เขียนขอโมทนาบุญกับเหล่านักรบธรรมทั้งหลายที่มีจิตยึดมั่นใน ศีล สมาธิ ปัญญา
ก่อให้เกิดบารมีธรรมที่สูงยิ่งๆขึ้นแบบก้าวกระโดด
เกิด "จิตรู้" ต่างฝ่ายต่างได้รับผลบุญในอดีตชาติสื่อให้เกิดเป็นพยานซึ่งกันและกัน
รับรู้และรับทราบถึงเรื่องพุทโธอัปปมาโณ
รวมไปถึงเรื่องการเวียนไหว้ตายเกิดนับชาติไม่ถ้วน
และการสื่อจิตกับพระเบื้องบน...
รวมทั้งเทคนิคฯต่างๆในการสนทนากับพระเบื้องบน...ฯลฯ
ขอเจริญในธรรม ธรรมสวัสดี

33: ถ้อยแถลง IT Man

เรียน เพื่อนธรรมที่ได้คอยติดตามหาข้อมูลในเรื่องพระพิมพ์สายวังในบอร์ดแห่งนี้ทุกๆท่านโปรดทราบ,

แม้จักได้มีการกลั่นกรองอย่างมากก่อนที่จักนำข้อมูลวัตถุมงคลมาลงหรือ post ในบอร์ด แต่พอการพัฒนาก้าวเดินของจิตสูงขึ้น กลับพบ เห็น ข้อผิดพลาดในรายละเอียดของข้อมูลต่างๆในอดีตอยู่บ้าง ทว่า...ก็ไม่ได้กลับไปแก้ไขแต่อย่างใด (ข้อมูลบางอย่างเข้มข้นและถูกต้องมาก)

ดังนั้น หากท่านถามหรือสงสัยในเรื่องที่ผ่านมา เกรงว่าจะไม่มีใครกล้าตอบ เพราะต้องระมัดระวังกันมากยิ่งขึ้น (ไม่ใช่ไม่อยากตอบ)

อนึ่ง อย่างที่เคยเกริ่นไว้ว่า การพัฒนานี้ ได้ก้าวล่วง เนื้อหา พิมพ์ทรง สร้างโดยวังนู่น วังนี่ พลังกี่เท่า อิทธิคุณ องค์อธิษฐานจิต โดดเด่นด้านไหนนั่น ฯลฯ 

ได้ถึงจุดสิ้่นสุดไปตั้งแต่ วันอาทิตย์ที่ 4 กันยายน 2554 เวลาประมาณ 17:59 น. ก็เพระเหตุว่า พุทโธอัปปมาโณ 1 , 2 และ 3 พลังพระพุทธเจ้ามิมีประมาณ (สำหรับผม:ดูสรุปเวลาการก้าวเดินจากที่นี่

สิ้นแล้วซึ่งบทพิสูจน์ สิ้นแล้วซึ่งความสงสัยในพลานุภาพแห่งพระพุทธเจ้า พระธรรมเจ้า พระอริสงฆเจ้า พระพิมพ์สายวัง ต่อไปจักมีแต่การฝึกฝนพัฒนาดวงจิตให้แจ่มใส เดินไปตามเส้นทางอริยมรรค ก่อให้บังเกิดอริยผลในกาลข้างหน้า 

จักดำเนินตามแทบรอยพระบาทแห่งองค์พระบรมศาสดา โดยมีพ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช เป็นผู้คอยชี้แนะแนวทางการดำเนินไปในบุญวิถีนี้ ตราบจนสิ้นไปจากวัฎฎะ.

ขอให้เจริญในโลกุตรธรรม
IT Man/7 ต.ค.'54

วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2554

32: ขอไว้อาลัยแด่ท่าน สตีฟ จ๊อบส์



อ้างอิง:
ข้อความดั้งเดิมโดยคุณ chantasakuldecha อ่านข้อความ
ขอใว้อาลัยแด่ ท่านสตีฟ จ๊อบส์ ผู้สร้างสรรค์โลกใบนี้ให้เล็กลง แม้นแต่ลูกสาวผมยังติด IPhone เลยครับ 1.10ขวบ
ขอไว้อาลัยแด่ท่าน สตีฟ จ๊อบส์
ผู้ก่อตั้ง Apple ผู้ทำให้เกิดนวตกรรมการเปลี่ยนแปลงในโลก IT อย่างมากมาย ฯลฯ
การจากไป ณ ขณะที่ท่านยังยิ่งใหญ่ในโลก IT จักถูกจดจำเป็นบทเรียนอันล้ำค่ายิ่งของผู้อยู่ในแวดวง IT แลผู้สนใจครับ

ปล: 
iPhone ที่โด่งดังหรือผลิตภัณฑ์ Apple ใช้แนวคิดความหรู เรียบง่ายจากวิถีแห่งเซ็น (ZEN) ซึ่งมาภายหลังก็เป็นต้นแบบแนวคิดของบริษัท IT อื่นๆในยุคปัจจุบัน
สตีฟ จ๊อบส์ สอนพนักงานเสมอว่า : ให้ทำงานเป็นแบบมืออาชีพ...เหมือนกับผลิตภัณฑ์ของ Apple โดยเฉพาะความซื่อตรงความตรงต่อเวลา หรือการส่งมอบสินค้า เป็นหัวใจสำคัญยิ่งของ Apple
- จุดสำคัญที่น่าพิจารณจากชีวิตของ สตีฟ จ๊อบส์ คือความที่เคร่งเครียด จริงจัง มุ่งมั่นกับงานจนสุดโต่ง (ท่านสิ้นด้วยโรคมะเร็ง ภายหลังจากการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ iPhone 4S. ver. ล่าสุด)

ขอให้ท่านสู่สุคติภูมินะครับ
IT Man: 06 Oct.'11

31: นะโม พระศรีอาริยะเมตไตรโย โพธิสัตโต

นะโม พระศรีอาริยะเมตไตรโย โพธิสัตโต
นะโม พระศรีอาริยะเมตไตรโย โพธิสัตโต
นะโม พระศรีอาริยะเมตไตรโย โพธิสัตโต


เมื่อวานนี้, 11:00 AM#5275
ศรีอาริยะ.....ยุคแห่งการบรรลุธรรม

ตั้งแต่กึ่งกลางพุทธกาล ปีพุทธศักราช 2500 เป็นต้นมา นับเป็นช่วงของเหล่าบรรดาเทพเทวาทั้งหลาย บ้างก็ได้จุติลงมาเพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนา บ้างก็ลงมาบำเพ็ญผ่านร่างสังขารของมนุษย์ที่เรียกกันว่า ผู้มีองค์บารมี รวมทั้งจะเห็นปรากฏการณ์เกี่ยวกับพญานาคที่เปิดเผยขึ้นมามากมายในช่วงเวลานี้ ซึ่งเป็นแบบเปิดเผย ไม่ปิดบังกันต่อไปอีกแล้ว ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นไปตามพุทธทำนายที่พระสมณโคดม พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้พุทธพยากรณ์ไว้

ท่านเคยสงสัยหรือไม่ว่า ก่อนช่วงกึ่งกลางพระพุทธศาสนา ซึ่งนับเป็นช่วงปลายของเหล่าสาวก ยุคของพระสงฆ์และอุบาสกอุบาสิกาเป็นผู้อาสาดูแลพระพุทธศาสนา เราจะเห็นผู้ที่สำเร็จพระอรหันต์มีจำนวนน้อย และดูตามประวัติแล้ว แต่ละท่านต้องใช้วิริยะอุตสาหะอย่างยิ่งยวดกว่าจะบรรลุอรหันต์ได้ และมีจำนวนน้อยมาก

แต่ในช่วงเริ่มต้นกึ่งกลางพุทธกาลนี้ จะเป็นวงรอบคล้ายกับเมื่อตอนเริ่มต้นยุคพุทธกาล เมื่อครั้งสมัยพระพุทธองค์ยังพระชนชีพ และหลังพระนิพพานเล็กน้อย จะพบผู้บรรลุอรหันตผลจำนวนมากมาย 

ซึ่งในช่วงเริ่มกึ่งพุทธกาลนี้ก็เช่นกัน ผู้ที่บำเพ็ญในขั้นปรมัตถบารมี ล้วนเป็นหัวกระทิ ส่วนใหญ่เป็นสายพญานาค(ผู้บำเพ็ญ) ซึ่งเป็นเทพที่อาสามาในช่วงต้นกึ่งพุทธกาล (ช่วงท้ายจะเป็นเทพฝ่ายมารเป็นผู้ดูแล) เทพที่ลงมาในช่วงนี้จึงเป็นผู้ที่มีบุญบารมีที่เต็มแล้ว บ้างก็อาสาลงมา หรือได้เวลาลงมาจุติ เพื่อสืบต่อพระพุทธศาสนาให้ยืนยาวสืบไปนับ 5,000 ปี ดังนั้น การจะบรรลุธรรมนั้นจะง่ายมากกว่าช่วงปลายก่อนปี 2500 และจะบรรลุธรรมตั้งแต่ระดับโสดาบันถึงอรหันต์จำนวนมากมาย ไม่ว่าจะเป็นฆราวาส ผู้ภาวนา พระสงฆ์ หรือที่เรียกว่า ผู้บำเพ็ญชุดขาว (ฆราวาสแม้จะสวมเสื้อผ้าสีอะไรก็ตาม) ซึ่งหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ก็เคยทำนายไว้แล้วว่า จะมีผู้ที่สำเร็จอภิญญาเกิดขึ้นมากมายหลังจากปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นไป ก็ลองสังเกตตัวเองและผู้อยู่รอบข้างให้ดีนะครับ อย่าได้ปรามาสกัน แม้แต่ในเว็บบล็อกนี้ ก็ปรามาสกันไม่ได้เชียวนะครับ

ยุคนี้ จึงเรียกว่า ยุคศรีอาริยะ ยุคของพระอริยเจ้า ยุคของอภิญญา

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
5 ตุลาคม 2554

ข้อความจากเว็บบล็อก http://dr-nontayan.blogspot.com/2011/09/blog-post.html

.......................................................................................................
สมาชิกธรรม:
โมทนาสาธุครับ.....ยินดีกับทุกๆท่านที่มีความก้าวหน้าในการปฎิบัติและเกิดความชัดเจนมากขึ้นเรื่อยๆ.....ได้อ่านบทความนี้แล้วยิ่งเพิ่มกำลังใจมากขึ้นมีความมั่นใจและมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสุ่จุดหมายที่วางไว้.....กำลังใจยังเป็นสิ่งที่สำคัญมากต่อผู้ที่กำลังปฎิบัติ.....ขอบคุณมากครับท่านดร.นนต์
.......................................................................................................
สมาชิกธรรม

IT Man:
กำลังใจมีให้ ไปถึงไม่ขาดสาย ดุจเดียวกับกระแสแห่งอริยะมรรคก็ไหลไปไม่หวลกลับอีกแล้ว...

ยินดีและโมทนาบุญด้วยครับผม

.......................................................................................................
Phoobes:เมื่อวานนี้, 10:19 PM #5288
ข้อความของดร.นนท์ สอดคล้องกับสิ่งที่ผมได้รับรู้มาเช่นกัน จึงขอเล่าสู่กันฟัง และโปรดถือว่าเป็นเรื่องราวอีกเรื่องราวหนึ่ง จากหลายเรื่องราวที่ท่านเคยได้ยินได้ฟังมา ไม่ต้องเชื่อ และวางเฉยไว้หากเรื่องราวต่อไปนี้ไม่เกิดประโยชน์อันใดกับท่าน

ประมาณปี2537 ผมได้โอกาสรับรู้เรื่องราวดังจะเล่าสู่กันฟัง...

นโม พระศรีอาริยะเมตไตรโย โพธิสัตโต

นับแต่กึ่งพุทธกาล ปีพ.ศ.2500 เป็นต้นมา พระศรีอาริยะเมตไตรย โพธิสัตว์เจ้า ประทับอยู่ ณ เบื้องบนสวรรค์ ได้ทรงเล็งเห็นถึงความเดือดร้อนต่างๆที่จะเกิดขึ้นกับมนุษย์ในกึ่งพุทธกาลหลัง ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติ โรคภัยไข้เจ็บ หรือความเดือดร้อนต่างๆ
ด้วยพระเมตตา และพระบารมีอันเปี่ยมล้นของท่านที่ทรงบำเพ็ญมาถึง 16อสงไขย แสนมหากัปป์ (เบื้องบนจะให้ความเคารพที่บุญบารมีและความดี) จึงทรงบัญชาให้เหล่าพรหมเทพทุกชั้นฟ้า และพระองค์เอง ได้แบ่งภาคแบ่งญานลงมาคุ้มครอง สงเคราะห์ ช่วยเหลือมนุษย์ ทั้งนี้ด้วยทรงเห็นว่ามนุษย์ก็เป็นลูกหลานของเบื้องสวรรค์ จะสงเคราะห์ได้มากน้อยขึ้นอยู่กับบุญกรรมของแต่ละบุคคลเป็นเหตุปัจจัย
มนุษย์ที่เกิดนับแต่พุทธกาลหลังที่ลงมานั้น บ้างมาจากดวงจิตที่เป็นภาคส่วนขององค์เทพที่มีบารมีมากแบ่งลงมา บ้างก็มาจากดวงจิตที่เป็นผู้บำเพ็ญทั้งดวง ทั้งนี้เพื่อมาทำหน้าที่ตามบัญชาขององค์พระศรีอาริยะเมตไตรย

เรื่องราวที่ได้รับรู้และเล่าสู่กันฟัง ด้วยเป็นผู้หนึ่งที่องค์ญานบารมีของเทพพระองค์หนึ่ง เคยให้ทำหน้าที่ร่วมกับองค์ญานบารมี 
ด้วยเพราะความเกี่ยวข้อง เกี่ยวพัน กับองค์ญานบารมีพระองค์นั้น ในการช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน โดยไม่ได้หวังประโยชน์ใดๆจากผู้นั้นเลย นอกเสียจากให้เขาประพฤติและกระทำความดี
ซึ่งในส่วนนั้นก็ได้ทำหน้าที่อยู่ประมาณ5-6ปี จึงขอลามาทำหน้าที่ในส่วนตน หรือต่อไปในอนาคตอาจจะต้องทำหน้าที่ต่อในส่วนอื่นอีก ก็คงจะเป็นไปในรูปแบบอื่นที่ไม่เหมือนเก่า
การสื่อสารกับองค์ญานบารมีมีหลายแบบ บ้างด้วยสัมผัสทางหู(ได้ยินเสียง) บ้างสัมผัสทางตา(เหมือนตาทิพย์) หรือสัมผัสรับรู้ทางใจ แต่ไม่ได้เกิดขึ้นจากการปฏิบัติแบบได้อภิญญา เกิดขึ้นจากองค์ญานบารมีท่านเปิดให้ คงไม่กล่าวอะไรลงรายละเอียดไปมากกว่านี้
ผมเคยปรารภกับกลุ่มสายธรรม เรื่องนัยแห่งรหัส16 (ความรู้ความเห็นส่วนตน) ในความหมาย คือ ผู้ที่มีหน้าที่หมุนกงล้อแห่งธรรม ดำเนินตามรอยบาทแห่งองค์พระศรีอาริยะเมตไตรย ไปจวบจนถึงยุกาลศาสนาของพระองค์ 
การรับรู้ถึงหน้าที่และจุดมุ่งหมาย จึงเป็นสิ่งรับรู้ที่น่าปลื้มปิติ และภาคภูมิใจ มิพักต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป จะด้วยความผูกพัน เกี่ยวพัน หรือตั้งจิตปรารถนาไว้ก็ตาม มันคือปณิธานของดวงจิตนั้น เป็นเหมือนพันธะสัญญาทางใจ
ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งสำคัญในปัจจุบันคือทำหน้าที่ในส่วนตนให้ถึงพร้อมในเบื้องต้น พร้อมกับยังประโยชน์ในส่วนท่านหรือส่วนรวมต่อไปจวบจนถึงที่สุด...
ขอเจริญในธรรม

.......................................................................................................
IT Man:
...อาการเต็มไปด้วยความปลื้มปีติยินดี เอิบอิ่มในใจแต่เช้า ไม่รู้เพราะอะไรกันหนอ? 

...ที่แท้ก็เป็นเพราะจักได้กล่าวคำบูชาสรรเสริญพระคุณแห่งพระศรีอาริยเมตไตรย 
พระพุทธเจ้าพระองค์สุดท้ายในภัทรกัป ที่ทรงบำเพ็ญพระบารมียาวนานที่สุด ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เอง

...ข้อความของท่านภูเบศวร์ ทำเอาใจผมสะเทือนด้วยความปีติยิ่งครับ

...โมทนาสาธุ สาธุ สาธุ

.......................................................................................................
ดร.นนต์: วันนี้, 08:31 AM#5293
เรื่องนัยแห่งรหัส16

รหัส 16 คือ บุคคลที่ได้บำเพ็ญมาแล้ว 16 อสงไขย และแสนมหากัป ไม่ว่าจะเป็นอัครสาวกหรือสาวกที่ปรารถนาตามพระศรีอาริยเมตไตรยเจ้า ก็ย่อมบำเพ็ญมาแล้ว 16 อสงไขยและแสนมหากัปเช่นเดียวกัน และทั้ง 16 บุคคลแรกก็กำลังไต่เต้าระดับอริยบุคคลเพื่อให้ทันการวาระปี 2555 ที่กำลังจะมาถึง (บางท่านกำลังรอเวลาหลุดพ้น บางท่านก็ไม่รู้ตัวเองว่าอยู่ระดับใด) ที่เหลือจาก 16 ก็จะตามกันมาในภายหลัง ไม่ธรรมดานะครับ (นี่คือการรับรู้ในสภาวะจิตของผมไม่เกี่ยวกับผู้ใด)

เรื่องของอจินไตย เรื่องเหนือโลก นั้นต้องเข้าใจในวงแคบ พ่อแม่ครูอาจารย์ท่านกล่าวเสมอว่า สามัญชนไม่สามารถรู้ระดับของอริยบุคคล พระโสดาบันไม่รู้ระดับของพระสกิทาคามี พระสกิทาคามีไม่รู้ระดับของพระอนาคามี พระอนาคามีไม่รู้ระดับของพระอรหันต์ พระอรหันต์ไม่รู้วิสสัยของพระนิยตโพธิสัตว์ พระปัจเจกพุทธเจ้าย่อมเข้าไม่ถึงวิสสัยของพระพุทธเจ้า แต่พระพุทธเจ้ารู้แจ้งแทงตลอดไม่ว่าจะเป็นใครในสามภพนี้ก็ตาม ผู้ที่อยู่เหนือกว่าย่อมรู้ระดับของผู้ที่อยู่ต่ำกว่า

น้ำตุ่มหนึ่ง ตักแบ่งออกมาเป็นขัน ก็ยังเรียกว่าน้ำอยู่ การแยกจิตหรือญาณลงมาบำเพ็ญนั้น ก็ยังเรียกว่าเป็นของผู้นั้นอยู่ แต่เรื่องของเจตสิกนั้น มันเกินวิสสัยของผู้คนธรรมดา เป็นเรื่องของนิยตโพธิสัตว์เจ้า เหล่าสาวกมิอาจเข้าถึงได้ เจตสิกที่ตกค้างในนามสมมุติหนึ่ง ภพหนึ่ง เจตสิกนั้นก็ย่อมกลับมาเก็บตกเจตสิกของตัวเองกลับคืนไปเบื้องบน เจตสิกนั้นมีมากเพียงใดหนอ คนธรรมดาไม่มีสิทธิ์รู้ได้ โอ้...มันเป็นเรื่องของอจินไตย ที่ค้นหาเท่าไหร่ก็ไม่พบ จะปวดหัวหรือเป็นบ้าไปเสียก่อน พระพุทธเจ้าท่านจึงต้องตรัสสั่งไว้ว่า เรื่องของอจินไตยนั้น มันเป็นเรื่องเหนือโลก มันเกินวิสสัยของบุคคลธรรมดา อย่าไปค้นหามันเลย เพราะเรื่องอจินไตยเป็นเรื่องของพระพุทธเจ้า และพระผู้พ้นแล้วเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ความศรัทธาของเหล่าสาวกที่ได้ตั้งจิตปณิธานไว้นั้น เพียงได้รับรู้เรื่องราวบางอย่าง (จริงบ้างไม่จริงบ้าง) ก็ย่อมส่งผลต่อกำลังใจอย่างแน่นอน และย่อมส่งผลต่อความก้าวหน้าในการปฏิบัติอย่างไม่ต้องสงสัย ผู้ถึงแล้ว จะรู้เอง เห็นเอง

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์

.......................................................................................................
chantasakuldecha :
สาธุ สาธุ "ผู้ถึงแล้ว จะรู้เอง เห็นเอง" โมทนาบุญ โมทนาบุญ โมทนาบุญ กับพี่เลี้ยงของกลุ่มสายธรรมด้วยครับ(อ่านจบมีความปีติมากๆครับ) 1-2วันที่ผ่านมานี้ มีความรู้สึกแปลกๆ(ในทางดีนะครับ)
.......................................................................................................
ดร.นนต์:
อนุโมทนาด้วยครับ
ผมเคยกล่าวไว้แล้วว่า หลังจากที่ท่านจัดห้องพระถูกต้องแล้ว ภายในเจ็ดวัน ท่านจะประสบความสำเร็จในทางธรรมและทางโลกแบบก้าวกระโดด เพียงแต่ว่าท่านยังไม่แน่ใจในระดับของตัวเอง ไม่ธรรมดานะครับ ขออนุโมทนาเป็นอย่างยิ่ง ลูกของพระพุทธเจ้าก็เป็นเยี่ยงนี้แหละ สิ่งเหลือเชื่อจึงบังเกิดขึ้น สาธุ

ส่วนท่านสมบัติ ผมเคยกล่าวไว้ก่อนหน้านั้นว่า หลังจากจัดห้องพระเสร็จและถูกต้อง ท่านจะพบกับความสำเร็จทั้งทางธรรมและทางโลกภายในหนึ่งเดือน ซึ่งก็ล้วนส่งผลมาแล้ว ก็ขออนุโมทนาด้วยครับ รวมถึงนักรบธรรมอีกหลายๆท่าน ท่าน ดร.ณัฐชัย ท่านภูเบศร์ก็ไม่ธรรมดา ท่านสมาชิกธรรม ท่านสันติ ท่านร่วมชาติ ฯลฯ ก็ล้วนก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดแบบเหลือเชื่อ และยังมีอีกหลายๆคนที่ผมไม่รู้จัก ก็ล้วนไม่ธรรมดา จึงอย่าได้ปรามาสกันเชียวนะครับ
ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์

.......................................................................................................
ผู้หมวดซุป:
ขออนุโมทนากับท่าน อ.นนต์ พี่สมบัติ ครูร่วมชาติ คุณภูเบส คุณซึ้งบน และพี่พิเชษ ด้วยนะครับที่พวกท่านได้ก้าวขึ้นสูงไปได้เรื่อยๆ ส่วนผมก็จะพยายามตามพวกท่านไป ซึ่งผมก็พึ่งจะเริ่มปฏิบัติมาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แค่ได้ไปกราบและฟังธรรมจากพ่อแม่ครูอาจารย์ก็ถือว่ามีบุญวาสนาแล้ว และก็จะพยายามเร่งสร้างครับ ยังไงก็ช่วยแนะนำด้วยนะครับ พี่เลี้ยงสายธรรม ทุกท่าน
.......................................................................................................
IT Man:
ขอบพระคุณครับ,

เรียนตามตรงว่า...ไม่ได้รู้ตัวอะไรเลย หุหุ แต่ก็ตั้งหน้าตั้งตาปฏิบัติไปเรื่อยๆเสมือนหนึ่งว่า...เราทานข้าว หายใจ ฯลฯ...พบเห็นกิเลสวิ่ง,เดินผ่านหน้า ก็เกิดมีอุบาย ระงับดับหาย คลายถอนไปเองแบบ auto. 

คิดว่า...จิตบรรลุธรรมในระดับต่างๆ เขาก็จิตดวงเดียวกับจิตดวงเก่าที่เกลือกกลั้วไปมากับกิเลสเดิมๆ เพียงแต่จิตดวงนี้เขาไม่อยาก เขาไม่เอา เขาไม่เล่น เขาไม่สนใจใยดีกับกิเลสในระดับต้น กลาง ปลาย ประมาณนี้ครับ

เอาน่า...ไปด้วยกันนะ เดี๋ยวก็ถึงครือกัน อย่าท้อเสียก่อนเด้อพี่น้อง..

.......................................................................................................
สมาชิกธรรม:
โมทนาสาธุ.....คมครับ.....ขนาด"ไม่ได้รู้ตัวอะไรเลย" นะเนี่ย หึ
.......................................................................................................
IT Man:
ล่าสุดได้รับคำยืนยัน/รับรองเมื่อคืนนี้เช่นกัน (ตรงกัน) จนตกกะใจไปทั้งสองฝ่าย 
หุหุ กระทบไปถึงอีกท่าน ที่อยู่ในระดับเดียวกัน...แต่ท่านอาจจะยังไม่รู้ตัว

หุหุ...เป็นกบกันหรือไงเนี่ย...เหล่า นรธ.ศิษย์ท่าน พ.สุรเตโช เอ๋ย...

.......................................................................................................
ฤทธิ์อภิญญาและการบรรลุธรรมนั้น เป็นเยี่ยงใดหนอ?

พระพุทธปฐวีธาตุ รุ่นจักรพรรดิมณีนาคา ที่พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช ได้บรรจงสร้างขึ้นมาให้กับเหล่านักรบธรรมนั้น ไม่ว่าจะมีรูปแบบใด ท่านก็มีเจตนาสร้างไว้เพื่อการเจริญภาวนาสมาธิเป็นด้านหลัก แต่พลานุภาพแบบครอบจักรวาลและประมาณมิได้อีกนั้น เป็นของแถมที่ท่านให้มา

ผมขอยืนยันในสิ่งที่ผมพูด เพราะเมื่อคืนก่อน (5ตุลาคม2554) ผมได้อัญเชิญพระพุทธปฐวีธาตุ (องค์ในรูป) มาไว้บนมือขณะนั่งภาวนาสมาธิ ปรากฏว่าจิตสงบดิ่งเร็วมาก เมื่อจิตสงบปรากฏว่า องค์พระพุทธปฐวีธาตุได้ส่งพลังมหาศาลจนองค์พระดิ้นอยู่ในมือ พร้อมกับปรากฏแสงสว่างสีขาวนวลตาขึ้นมาในจิต ความเยือกเย็น ความอิ่มเอิบก็ปรากฏขึ้น นั่นคือ ความมหัศจรรย์ทางจิตที่บังเกิดขึ้นจากองค์พระพุทธปฐวีธาตุ พ่อแม่ครูอาจารย์พูดถึงเรื่องแสงโอภาสสีต่างๆนั้นๆ มักจะเกิดกับผู้ที่มีดวงจิตที่เข้าสู่เส้นทางของสมาธิแล้ว และจะปรากฏไปเรื่อยๆตามจิตที่เข้มแข็งขึ้น แต่ท่านไม่ให้ยึดติดในแสงเหล่านั้น เพราะมันไม่มีที่สิ้นสุด ยิ่งค้นหามันยิ่งหลั่งไหลเข้ามาไม่สิ้นสุด ดังนั้นมันจะเกิดก็ให้มันเกิด เราเห็นแล้วก็วางมันลงเสีย เพราะมันเป็นแค่ของเล่นเท่านั้น

อนึ่ง การที่ผู้ใดจะบรรลุธรรมนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับฤทธิ์ทั้งหลายที่ปรากฏขึ้นหรอก ผู้มีฌานมีญาณทัศนะที่เลอเลิศ ก็มิได้มีความหมายว่าท่านได้บรรลุธรรมแล้ว แต่ผู้บรรลุธรรมนั้น เขาดูตรงสภาวะของจิตที่ผุดรู้ด้วยปัญญาญาณแบบอัตโนมัติ เกิดขึ้นเองโดยไม่ได้ปรุงแต่ง เมื่อรู้แจ้งในธรรมข้อนั้นแล้ว ก็ละวางไม่ยินดียินร้ายหรือติดในอารมณ์นั้นอีกต่อไป ตัดมันลงได้อย่างสิ้นเชิงในชั่วเวลาแว๊บเดียว ยังคงเหลือแต่สัญญาจำได้ว่ามันเคยเกิดขึ้นแล้ว และจะไม่เกิดการวิปัสสนาในธรรมข้อนั้นได้อีกเลย เพราะมันละวางแล้วตัดแล้วนั่นเอง อาการสั่นสะเทือนในข้อธรรมที่ได้บรรลุนั้น มันเป็นอาการที่บอกใครไม่ได้ แต่ในจิตของผู้นั้นจะบอกเองและจบลงเอง ถึงแล้ว รู้เอง (ถ้าเป็นวิปัสสนูปกิเลสนั้น อาการติดในอาการนั้นจะยังคงอยู่ และมักเกิดจากการปรุงแต่งของจิตในข้อธรรมนั้นเอง)

ท่านทั้งหลาย สภาวะของการบรรลุธรรมนั้น มันก็เป็นอาการสมมุติ ใครจะเรียกอะไรก็ช่างเถอะ เมื่อเราเข้าสู่สภาวะนั้น รู้แล้วในสภาวะนั้น ตัดมันได้เองโดยไม่ได้เสแสร้งในสภาวะนั้นแล้ว อาการสั่นสะเทือนในมิติของจิตเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในสภาวะนั้น จิตผุดรู้บอกสภาวะของจิตเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติในสภาวะนั้น ความว่างเปล่าไม่สนใจในสภาวะนั้นก็บังเกิดขึ้น กระแสแห่งความเย็นก็แผ่เข้าสู่ธาตุขันธ์มิเสื่อมคลายก็บังเกิดขึ้น กระแสความเย็นแห่งพุทธะก็เกิดขึ้นและไม่สามารถย้อนกลับไปสู่กระแสร้อนได้อีกต่อไป ขณะเดียวกันผู้ที่อยู่ใกล้ผู้ที่เข้าสู่กระแสเย็นแล้วก็ย่อมได้รับคลื่นความเย็นจากผู้นั้นอย่างไม่รู้ตัว ขอให้ทุกท่านจงพิจารณา มหาพิจารณาในสิ่งที่บังเกิดขึ้นกับตัวท่านเถิด

ปรมัตถบารมี ที่เต็มแล้วนั้น การบรรลุธรรมย่อมเกิดขึ้นได้ตามเหตุและกาลอันควร ปิดกั้นไว้ก็ไม่ได้ มันเป็นเรื่องที่อยู่เหนือโลกเกินกว่าผู้คนทั่วไปจะเข้าใจได้ เมื่อท่านได้เข้าสู่สภาวะนั้นแล้ว จงตระหนักต่อหน้าที่ที่ตัวเองตั้งปณิธานไว้เถิด ลูกพระพุทธเจ้าไม่เคยเบื่อหน่ายต่อการบำเพ็ญบุญบารมี แม้จะเต็มแล้วเต็มอีกก็ตาม เมื่อพ้นไปแล้วก็ยังต้องกลับลงมาช่วยผู้ที่ยังติดค้างอยู่ นี่คือ พันธะสัญญาของเหล่าพุทธวงศ์ และเป็นพันธะสัญญาของศิษย์ พ.สุรเตโช

ขอเจริญในธรรม
ดร.นนต์
7 ตุลาคม 2554

.......................................................................................................

วันอังคารที่ 4 ตุลาคม พ.ศ. 2554

30: ที่สุดของ...ที่สุด

อย่าพึ่งเชื่อ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
IT Man/09.08.56
ใครว่า...คนมีมาก ทุกข์ไม่เป็น? หุหุ...

วันนี้...ถึงเวลาแห่งการรอคอย...พร้อมแล้วที่จักอัญเชิญพระพิมพ์สมเด็จที่ประจุพระโลหิตธาตุของพระพุทธเจ้าหรือพระอสีติมหาสาวกองค์สำคัญๆ (TOP4) จากเดิมทีประเมินเวลาไว้ว่าน่าจะสัก 4-5 ปีในอนาคตเป็นอย่างน้อย ถึงจักมีความพร้อมในการอัญเชิญอย่างสมบูรณ์ จึงได้แต่ใส่ๆถอดๆหรือเฉพาะเวลามีงานบุญ

แรกเริ่ม จริตในการสรรหาพระพิมพ์หรือวัตถุมงคลมาเพื่ออัญเชิญ ก็เพราะมีกิเลสทางโลกธรรมทั้ง 8 ครอบงำอยู่อย่างมากหลาย พระพิมพ์ที่อัญเชิญจึงควรครบเครื่องทั้งบู๊และบุ๋น เช่น มีเสน่ห์ เมตตา มหานิยม มหาอำนาจ มหาลาภ ร่ำรวย แคล้วคลาด คงกระพัน-ชาตรี กันคุณไสยย่ำยีต่างๆ 
มีเป้าหมายในการดำรงชีวิต ให้ประสบผลสำเร็จในด้านการศึกษา การงาน ครอบครัว และมีความสุขตามประสามนุษย์เดินดินธรรมดา 
ชาติหน้าหากมีจริงก็ปราถนาเพียงมนุษย์สมบัติหรือสวรรค์สมบัติเป็นเช่นนี้มาราวๆ 30 กว่าปี
ระหว่างเส้นทางการก้าวดำเนินชีวิตดั่งที่กล่าวมา ก็พบสุข ทุกข์ สมหวัง ผิดหวัง สำเร็จ ล้มเหลวมา จนตั้งหลักได้แล้วสักระยะหนึ่ง
ปัจจุบัน เรามีพร้อมทุกอย่างที่มนุษย์เขามีกัน พิจารณาดูแล้วก็อาจจะเร็วกว่าคนนับสิบๆล้านคน

แต่ ระหว่างการก้าวเดิน ย่อมจะพบพาในสิ่งที่ประเสริฐยิ่งนักเช่น พระพิมพ์ชั้นสูง อิทธิคุณเลิศ หลากหลาย อิทธิปาฏิหารย์ หรือพระสัจธรรมเลิศรส จึงพอจะจำแนกแยกแยะได้แล้วว่า อ่อ...ที่สุดของคนเรามันก็เท่านี้หนอ...สุขจริงนั่นคืออะไรเล่า? สิ่งที่ตัวเองค้นหามาทั้งชีวิตที่จริงแล้วคืออะไรหนอ?



ก็คือความพ้นไปจากทุกข์ทั้งหลายในวัฏฏะนั่นเอง 
จึงเพียงพอแล้วสำหรับโลกธรรมทั้ง 8

ฉนั้น...การอัญเชิญพระพิมพ์ที่ท่านเพียรสร้างมาเพื่อการเข้าสู่กระแสแห่งอริยะมรรค เข้าสู่กระแสแห่งพุทธะ ก็ย่อมเกิดขึ้นมา ณ ปัจจุบันขณะนี้

เชิญชมภาพ...ใครคิดว่า...คนมีมาก ทุกข์ไม่เป็น...
มีพระดีมากมาย...เข้ากันกับ blog พระดีของคนบุญ (ไม่ใช่มีทรัพย์มากนะเจ้านาย 555) องค์เดียวก็เป็นเลิศ เที่ยวทั่วจักรวาลได้แล้ว...

เฉลย...ทุกข์ของผมคือ เลือกยากนัก...จัดให้เต็มไปเลย...เพื่อวาระธรรมะสัญจรนี้คร๊าบเจ้านาย!