วันศุกร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2556

211: การติดตามภาพกิจธรรมในพุทธสถานภูดานไห




กราบเรียน ญาติธรรมทุกท่านที่ติดตามกิจธรรมขององค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช

ระหว่างนี้ข้าพเจ้าไม่มีเวลาในการอัญเชิญภาพขึ้นเวปบอร์ดผ่านพลังจิต,เวป blog
1. พลังจิต :หลวงปู่แหวนมาโปรดในนิมิต, พุทธภูมิ อิทธิฤทธิ์ ปาฏิหาริย์ ธรรมะ
2. เวป blog :พ.สุรเตโช ,ภูดานไห ,พระพุทธปฐวีธาตุ ,บุญวิถีแห่งข้าพเจ้า ,พระเครื่องเรื่องใหญ่ และเรียงร้อยถ้อยธรรม)
แต่ได้มุ่งเน้นอัญเชิญภาพขึ้นไปยัง
3. Facebook Page ที่ชื่อ "พุทธสถานภูดานไห" (ท่านต้องสมัครเป็นสมาชิก facebook ก่อน)

ทั้งนี้ข้าพเจ้าพึ่งสร้างขึ้นมาใหม่เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2556 ตามกระแสความนิยมผ่าน Social Network
ทำให้การ Upload ข้อมูลต้องทำหลายครั้ง หลายขั้นตอน (เพราะมีหลายแหล่ง)

แต่ก็จะทยอยปรับปรุงให้ทันสมัยอยู่เสมอๆ โดยภายหลังจะสอดแทรกธรรมะสั้นๆที่อัญเชิญจากองค์พ่อแม่ครูอาจารย์มาลงให้โดยตรง
และผลจากกระบวนการคิด การปฏิบัติของข้าพเจ้า ซึ่งอาจจะมีถูกบ้าง ผิดบ้างก็โปรดใช้วิจารณญาณพิจารณาอีกรอบ หลายๆรอบ
หรือวางเฉยก็ตามอัธยาสัยของท่าน

ด้วยความปรารถนาดีและขอให้ท่านเจริญรุ่งเรืองในธรรม
IT Man/19.04.56

วันพุธที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2556

210: การเกิดที่ไม่สูญเปล่า

พุทธสถานภูดานไห เมื่อ 13 เม.ย.56
เส้นทางบิณฑบาตร องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช เมื่อ 13 เม.ย.56
เส้นทางบิณฑบาตร องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ พ.สุรเตโช เมื่อ 13 เม.ย.56

1. การเกิดที่สูญเปล่า คือการเกิดแล้วไป "หลง" ใน "ทุกข์" ว่าเป็นของ "สุข" จึงเวียนเกิดอยู่อย่างนั้น...หาทางออกมิได้
2. การเกิดที่ไม่สูญเปล่า คือการเกิดแล้วมา "รู้" ว่ามันเป็น "ทุกข์" จึงออกแสวงหาวิธีดับ "เหตุ" แห่งทุกข์นั้นๆ
ต่อให้เวียนเกิดอยู่อย่างนั้น...สักวันคง "หยุด" การเกิดได้ สมใจปราถนา 

สู้ไปเถิดเพื่อนนักรบธรรมแห่งภูดานไหทั้งหลาย ไม่ว่าเราจะเกิดมาอีกกี่ภพชาติก็ตาม 
หากการเกิดนั้นได้มาพบพระพุทธเจ้า ได้มาพบพระธรรมคำสั่งสอนของแท้ของพระองค์
ได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรมของตน ได้มาดำเนินตามรอยบาทของพระองค์อย่างดีแล้ว 
ก็นับเป็น "การเกิดที่ไม่สูญเปล่า" และข้าพเจ้าขอโมทนาสาธุกับการเกิดที่ "ไม่หลงโลก" ของทุกๆท่าน

IT Man/17.04.56

วันเสาร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2556

209: ปลูกศรัทธาอย่ารู้ร้าง สร้างกุศลอย่ารู้โรย


ความศรัทธาที่แรงกล้า แต่อ่อนด้อยด้วยกำลังสติแลปัญญาในทางที่ถูก อาจนำพาให้วิบัติได้

ปลูกศรัทธาอย่ารู้ร้าง สร้างกุศลอย่ารู้โรย ด้วยสัมมาสติ สัมมาสมาธิ
ก็จะบังเกิดสัมมาปัญญาเพื่อกำจัดกิเลสเครื่องเศร้าหมองตามกำลังได้ในที่สุด

ขอนอบน้อมกราบ กราบ กราบ องค์พ่อแม่ครูอาจารย์ด้วยเศียรเกล้าในวาระวันสงกรานต์
13 เม.ย.56

วันศุกร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2556

208: เพราะเราคือลูกพระพุทธเจ้า










ด้วยสี่ห้องหัวใจนี้มีแต่พระพุทธเจ้า ดังนั้นสิ่งที่จะทำให้ใจดวงนี้สะท้านสะเทือนได้
เห็นจะมีแต่เรื่องสะเทือนพระพุทธเจ้าเท่านั้น

เพราะเราคือลูกพระพุทธเจ้า
12 เม.ย.56

วันพฤหัสบดีที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2556

207: หลวงปู่ขาวเล่าเรื่องช้างเผือกให้ฟัง

หลวงพ่อทูล ขิปฺปปัญโญ 
อดีตเจ้าอาวาสวัดป่าบ้านค้อ

ตัวท่านหลวงพ่อทูลนี้ ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ขาว อนาลาโยแห่งวัดถ้ำกลองเพล เป็นการสนทนาระหว่างหลวงปู่ขาว กับ หลวงพ่อทูล เรื่องคำทำนายของหลวงปู่มั่น เกี่ยวกับช้างเผือก ซึ่งมีเนื้อความดังนี้

หลวงปู่ขาวเล่าเรื่องช้างเผือกให้ฟัง....

เมื่อเสร็จธุระจากกฐินวัดป่าหนองแซงแล้ว ก็ได้กลับไปวัดถ้ำกลองเพล ได้พูดคุยธรรมกับหลวงปู่ตามปกติในวันหนึ่งได้อยู่กับหลวงปู่สององค์ หลวงปู่ได้ถามข้าพเจ้าว่า

"ทูล เคยนิมิตว่าได้ขี่ช้างเผือกไหม"

ขอโอกาสหลวงปู่ 
กระผมเคยนิมิตว่าได้ขี่ช้างเผือกครั้งหนึ่ง 

หลวงปู่พูดว่า
"ขี่อย่างไร เล่าให้เฮาฟังซิ"

ก็ขอโอกาสเล่าให้หลวงปู่ฟังดังนี้ 
ในคืนหนึ่งเมื่อเข้าสมาธิได้ที่แล้ว ในโลกนี้มีความสว่างเห็นไปหมดทุกที่ มองขึ้นไปบนอากาศก็มีความสว่างไสวเช่นกัน ในขณะนั้นเห็นหลวงปู่มั่นนั่งอยู่บนหลังช้างเผือกขนาดใหญ่ และมีครูอาจารย์องค์อื่น ๆนั่งอยู่บนหลังช้างเผือกยืนเรียงแถวกันอยู่หลายองค์ จากนั้นช้างเผือกที่หลวงปู่มั่นนั่งอยู่ก็ลอยขึ้นสู่อากาศ และช้างเผือกตัวอื่น ๆก็พาครูอาจารย์ลอยขึ้นสู่อากาศเช่นกัน จากนั้นก็มาถึงตัวช้างเผือกที่กระผมนั่งอยู่ ก็ได้ลอยขึ้นไปตามช้างเผือกกลุ่มใหญ่ ได้ลอยอยู่บนอากาศเป็นวงกลม ช้างเผือกแต่ละตัวมีการประดับประดา ด้วยเครื่องเพชรนิลจินดา ประดับด้วยผ้าสีทองที่มีความสวยงามมาก ในท้องฟ้าอากาศมีรัศมีระยิบระยับแพรวพราว สว่างเต็มท้องฟ้าไปหมด แล้วมีเสียงประกาศว่า

"นี้เป็นกลุ่มคณะช้างเผือก ที่หลวงปู่มั่นได้พาหมู่คณะไปสู่พระบรมสุข คือ วิมุตตินิพพานในกาลครั้งนี้"

จากนั้นจิตก็ได้ถอนออกจากสมาธิ ก็ได้พิจรณาว่า เป็นเรื่องปกติที่ผู้ปฏิบัติได้มาถึงจุดนี้แล้ว ถือเป็นความสมบูรณ์ เป็นอุดมมงคล เพราะช้างเผือกเป็นช้างทรงของพระราชา จะตีความว่า ราชาธรรมนี้ก็เป็นได้ หมายถึงผู้จบในภาคการศึกษา คือจบในอาตยนะนั่นเอง หรือจะเรียกว่าเป็นผู้ที่เรียนจบในประโยค ๖ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ได้แล้วอย่างสมบูรณ์ 

จากนั้นหลวงปู่ขาวเพียงแต่ยิ้ม แล้วพูดว่า

"ในสมัยเฮาอยู่กับหลวงปู่มั่น หลวงปู่มั่นเคยประกาศให้คณะสงฆ์ทั้งหลายได้รับรู้ไว้ว่า เมื่อเราได้ตายไปแล้ว จะมีช้างเผือกหนุ่มตัวหนึ่ง เหาะไปมาแสดงอภินิหารให้คนทั้งหลายได้รู้เห็นในความสามารถต่างๆ มากมาย พระเถระทั้งหลายได้ฟังแล้ว ก็มีความเข้าใจความหมายว่า ในยุคต่อไปจะมีพระอรหันต์หนุ่มเกิดขึ้น จะได้แสดงความรู้ความสามารถ เผยแผ่ธรรมให้คนทั้งหลายได้รับรู้ความจริงในสัจธรรม จะมีผู้ปฏิบัติตามได้รับผลมากทีเดียว"

ข้าพเจ้าก็ถามหลวงปู่ขาวว่า ขอโอกาสหลวงปู่ ช้างเผือกหนุ่มเชือกนั้นเกิดขึ้นหรือยัง

หลวงปู่ก็พูดว่า
"เกิดขึ้นแล้ว"

ข้าพเจ้า ก็ถามหลวงปู่ต่อไปว่า ช้างเผือกหนุ่มนั้นอยู่ที่ไหน กระผมอยากรู้ อยากไปกราบท่าน 

หลวงปู่ยิ้มๆแล้วพูดว่า 
"ไม่บอก หาเอาเองแล้วกัน" 

เรื่องช้างเผือกหนุ่มนั้น พระอาจารย์วัน อุตฺตโม และพระอาจารย์จวน กุลเชฏโฐ ก็เคยพูดในเรื่องช้างเผือกหนุ่มนี้ให้ข้าพเจ้าฟังเช่นกัน เมื่อถามท่านว่าเป็นอาจารย์องค์ใด ท่านก็ไม่บอกเช่นกัน 

หากมีคำถามข้าพเจ้าว่า ช้างเผือกหนุ่มเชือกนั้นเกิดขึ้นหรือยัง ข้าพเจ้าก็จะตอบว่าเกิดขึ้นแล้วเช่นกัน แต่ไม่รู้ว่าช้างเผือกเชือกนั้นอยู่ที่ไหน หรือท่านอาจจะเห็นอยู่แต่ไม่รู้ว่าเป็นช้างเผือก เพราะช้างเผือกนั้นอาจใช้สีดำทาเพื่ออำพรางตัวเอาไว้จึงไม่มีใครรู้ ขอให้พวกเราค้นหาช้างเผือกหนุ่มนั้นให้พบ เมื่อพบแล้ว กรุณามาบอกข้าพเจ้าก็แล้วกัน เพื่อจะได้ไปกราบคารวะและฟังธรรมจากช้างเผือกหนุ่มเชือกนั้นให้สมใจ 

การทำนายของหลวงปู่มั่นนั้น หลวงปู่ขาวพูดว่า 
"มีความแม่นยำมาก พูดคำใดคำนั้น เพราะหลวงปู่มั่นมีความชำนาญด้วย อตีตังสญาณ ท่านรู้ในเรื่องอดีตที่ผ่านมาแล้ว อนาคตังสญาณ ท่านรู้ในเรื่องอนาคต"

อภินิหาร 3 อย่าง

ที่ หลวงปู่มั่นว่าช้างเผือกหนุ่มมีอภินิหารนั้น หลายคนอาจตีความหมายไม่ตรงตามหลวงปู่มั่นก็อาจเป็นได้ เพราะคนส่วนใหญ่ได้อ่านในตำรา หรือได้ฟังจากครูอาจารย์มามากว่า อภินิหารต้องเป็นผู้มีฤทธิ์ สามารถดำดินเหาะเหินไปบนอากาศได้ เช่นได้อ่านเรื่องอภิญญา มี 
- จักขุญาณ มีญาณทางตาที่เรียกว่าตาทิพย์ กำหนดจิตให้เห็นรูปเทวดา นรก และสิ่งอื่นๆได้ 
- โสตญาณ มีญาณทางหู เรียกว่าหูทิพย์ กำหนดจิตฟังเสียงในหมู่เทวดาและสัตว์นรก และกำหนดฟังเสียงอื่นๆได้ 
- เจโตปริยญาณ เป็นญาณรู้ทางใจ กำหนดจิตรู้ในความคิดความเห็นของคนอื่นได้ 
- มโนมอิทธิญาณ เป็นฤทธิ์ทางใจ กำหนดจิตให้เป็นนั่นเป็นนี่ หรือเป็นหลายคนได้ 
- อิทธิวิธี เป็นอภินิหารทางใจ สามารถเหาะเหินไปมาที่ไหนได้

คนส่วนใหญ่จะมาเข้าใจว่า อภินิหารต้องเป็นอย่างนี้ นความหมายของหลวงปู่มั่น ว่าช้างเผือกหนุ่มมีอภินิหารนั้น 
หมายถึงอภินิหาร 3 อย่าง
1. อิทธิปาฏิหารย์ แสดงฤทธิ์ได้นานาประการ
2. อาเทสนาปาฏิหารย์ มีญาณรู้วาระจิตคนอื่น แล้วพูดดักใจคนอื่นได้
3. อนุสาสนีปาฏิหารย์ มีความสามารถแสดงธรรมได้อย่างมีเหตุผล ทำให้คนที่ฟังเข้าใจในความหมายได้ อธิบายธรรมหมวดที่คนเข้าใจได้ยาก มาอธิบายให้คนเข้าใจง่าย อธิบายธรรมหมวดยาว สามารถย่นย่อธรรมที่ยาว มาอธิบายโดยย่อให้คนเข้าใจได้

อภินิหาร 3 ข้อนี้ ข้อ 1 ข้อ 2 ที่ทำให้เกิดขึ้นได้ แต่พระพุทธเจ้าไม่สรรเสริญ แต่พระพุทธเจ้ามาสรรเสริญ อนุสาสนีปาฏิหารย์ ในข้อ 3 เพราะเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา และมรรคผลนิพพาน 

ฉะนั้นหลวงปู่มั่นว่า มีช้างเผือกหนุ่มมีอภินิหารนั้น หมายถึง อนุสาสนีปาฏิหารย์ เป็นผู้มีความสามารถแสดงธรรม ให้เป็นไปในคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้อย่างถูกต้อง ทำให้คนมีสัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ ตามแนวทางที่เป็นจริง แสดงธรรมให้คนเข้าใจในอุบายการปฏิบัติ เพื่อเป็นไปในมรรคผลนิพพาน 

หลวงปู่มั่นมีความหมายเป็นอย่างนี้

ขอให้พวกเราได้เข้าใจ เพื่อจะได้ค้นหาช้างเผือกหนุ่มได้ง่ายขึ้น มิใช่ว่าคอยไปดู เมื่อไรหนอท่านจะเหาะขึ้นสู่อากาศ เมื่อไหร่หนอท่านจะดำดิน และหายตัวให้ดู ถ้าจะหาในวิธีนี้ รับรองได้ว่า จะไม่พบช้างเผือกหนุ่มอย่างแน่นอน เพราะตีความหมายในอภินิหารผิดไป จึงทำความเข้าใจแก่ท่านดังนี้

ที่มา: http://www.friendlyz.com/board/index.php?showtopic=494

วันอังคารที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2556

206: วันคล้ายพระราชสมภพสมเด็จพระเทพฯ


เนื่องในวันคล้ายพระราชสมภพ เมื่อวันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2498 ของ "ดร.พลเอกหญิง พลเรือเอกหญิง พลอากาศเอกหญิง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี"

ข้าพระพุทธเจ้าได้ไปบริจาคโลหิตครั้งที่ 43 น้อมถวายเป็นพระราชกุศลฯ
ขอพระองค์ทรงพระเจริญฯ
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ